บาร์ซาทุบม้าลาย 3-1 คว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 5

บาร์ซาชนะม้าลาย 3-1 คว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 5 ไปครอง
มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี ตัดสินใจเปลี่ยนระบบมาเป็น 4-4-2 หลังจอร์โจ้ คิเอลลินีมีอาการบาดเจ็บโดยเกมนี้เป็นเลโอนาร์โด้ โบนุชชีที่จับคู่กับอันเดรีย บาร์ซาญี ส่วนแดนกลางจัดเต็มนำโดยอันเดรีย ปิร์โล, พอล ป็อกบา, อาร์ตูโร วิดัลส่วนหน้าคู่เป็นคาร์ลอส เตเบซและอัลบาโร โมราต้า
ด้านหลุยส์ เอ็นริเก้ เกมนี้ยังคงใช้สามประสาน MSN ทั้งเมสซี, เนย์มาร์และซัวเรซ ส่วนแดนกลางชาบีรอโอกาสที่ข้างสนามโดยเป็นอันเดรส อิเนียสต้าและอิวาน ราคิติช
เริ่มเกมมาแค่สี่นาทีบาร์เซโลนาก็มาได้ประตูอย่างรวดเร็วจากโอกาสครั้งแรกและเป็นอิเนียสต้าที่ทะลุช่องมารับบอลจากเนย์มาร์ก่อนจ่ายให้ราคิติชแปด้วยซ้ายโล่งๆเข้าประตูไปช่วยให้พลพรรคอาซูลกรานาขึ้นนำ 1-0
ยูเว่มาได้ทักทายบ้างในนาทีที่ 8 จากจังหวะที่โมราต้าสปีดหนีมาสเคราโนก่อนล็อคหนึ่งจังหวะแล้วไหลให้วิดัลยิงข้ามคานออกไป
และใบเหลืองแรกก็มาอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 11 และเป็นอาร์ตูโร วิดัลที่รับไปหลังไปกวาดเซร์คิโอ บุสเกสต์จนร่วง
นาทีที่ 13 บาร์ซาเกือบมาได้ประตูทิ้งห่างจากจังหวะที่ซัวเรซหลุดไปทางขวาก่อนตบกลับมาให้ดาเนียล อัลเวสกดด้วยขวาแต่บุฟฟอนยังโชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกมาได้แบบหวุดหวิด
นาทีที่ 23 ยูเว่มาได้ลุ้นอีกครั้งและคราวนี้เป็นโมราต้าที่ได้ลองยิงด้วยซ้ายบ้างแต่บอลโค้งหลุดกรอบออกไปและสองนาทีต่อมาเป็นมาร์คิซิโอที่ได้ลองส่องบ้างแต่บอลก็ยังเหินข้ามคานออกไปอีก
ยูเว่เริ่มสู้ขึ้นมาได้สนุกแต่ก็ยังเฉียดไปเฉียดมาและบาร์ซาก็มาได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 39 จากจังหวะที่ซัวเรซได้ยิงและบุฟฟอนหลงไปแล้วแต่บอลยังไม่ตรงกรอบ และนาทีต่อมาซัวเรซมาได้ลุ้นอีกครั้งแต่บุฟฟอนก็ยังปัดด้วยมือข้างเดียวข้ามคานออกไปได้
และนาทีที่ 41 พอล ป็อกบาก็เป็นอีกคนที่ได้รับใบเหลืองไปและนาทีที่ 44 เบียงโคเนรีก็ได้โอกาสยิงเข้ากรอบหนแรกและเป็นมาร์คิซิโอที่ยิงไกลแต่ก็ไม่ผ่านมือแตร์ สเตเก้นก่อนจะจบครึ่งแรกเป็นบาร์ซาที่นำอยู่ 1-0
เริ่มครึ่งหลังมาแค่สามนาทีบาร์เซโลนาเกือบมาได้ประตูนำห่างอีกครั้งและเป็นราคิติชที่ไหลบอลให้ซัวเรซได้ยิงแต่ก็ยังไม่ผ่านมือของบุฟฟอน
แต่แล้วนาทีที่ 55 กลายเป็นยูเว่ที่มาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่อัลเวสเคลียร์บอลไม่ดีมาเข้าทางมาร์คิซิโอตอกส้นให้ลิชต์สไตเนอร์ก่อนจ่ายต่อให้เตเบซหมุนตัวยิงด้วยซ้าย แตร์ สเตเก้นปัดมาเข้าทางโมราต้าซ้ำโล่งๆเข้าไปช่วยให้เบียงโคเนรีไล่มาเป็น 1-1
นาทีที่ 63 ยูเว่มาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่โมราต้าได้บอลทางขวาก่อนจ่ายให้มาร์คิซิโอตรงกลางไหลต่อให้เตเบซวิ่งมาปั้นด้วยขวาข้ามคานออกไปอีก และยูเว่ก็มาได้ลุ้นอีกครั้งและคราวนี้เป็นป็อกบาที่ได้ยิงแต่บอลก็ยังไปตรงตัวของแตร์ สเตเก้นอีก
แต่แล้วบาร์ซาก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะที่เมสซีได้ยิงหน้าเขตโทษบุฟฟอนปัดมาเข้าทางซัวเรซซ้ำจ่อๆเข้าประตูไปช่วยให้ทีมแกร่งจากแดนกระทิงดุออกนำ 2-1
นาทีที่ 72 บาร์ซาเกือบมาได้ประตูนำห่างจากจังหวะที่อัลบาหลุดมาทางซ้ายก่อนเปิดให้เนย์มารได้โขกเข้าประตูไป แต่ผู้ตัดสินมองว่าบอลไปโดนมือของดาวยิงชาวแซมบ้าในจังหวะสุดท้าย
นาทีที่ 75 ยูเวนตุสเกือบมาได้ประตูตีเสมอจากลุกเตะมุมที่แตร์ สเตเก้นออกมาตัดไม่ดีทุบบอลไปชนมาสเคราโนเฉียดคานออกหลังไปนิดเดียว
และนาทีที่ 77 บาร์เซโลนาก็ส่งชาบี เอร์นานเดซลงมาเล่นแทนอันเดรส อิเนียสต้า และนี้ก็เป็นเกมนัดสุดท้ายของเขาในสีเสื้อเลือดหมู-น้ำเงินด้วย ส่วนยูเว่ก็ส่งโรแบร์โต้ เปไรราลงมาเล่นแทนอาร์ตูโร วิดัลที่สุ่มเสี่ยงต่อการโดนใบแดง
ช่วงสิบนาทีสุดท้ายทั้งยูเว่เปลี่ยนเฟร์นานโด ยอเรนเต้ลงสนามแทนที่ของอัลบาโร โมราต้าคนทำประตูส่วนบาร์เซโลนาก็ส่งเฌเรมี มาติเยอลงไปเล่นแทนอิวาน ราคิติช
นาทีที่ 89 ยูเวนตุสมาได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกยิงไกลของมาร์คิซิโอ บอลกำลังพุ่งเสียบเสาอยู่แล้วแต่แตร์ สเตเก้นยังปัดออกหลังไว้ได้แบบหวุดหวิด
ช่วงทดเจ็บบาร์เซโลนามาได้ประตูปิดกล่องจากจังหวะโต้กลับและเป็นเปโดรที่ไหลให้เนย์มาร์แปลอดขาบุฟฟอนเข้าไปช่วยต่างดาวเอาชนะยูเวนตุสไป 3-1 พร้อมคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 5 ไปครอง ส่วนเบียงโคเนรีต้องรอต่อไปอีกปี







