เซปป์ แบล็ตเตอร์ ได้รับเลือกให้เป็นประธาน "ฟีฟ่า" สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติสมัย 5
หลัง เจ้าชายอาลี บิน อัล-ฮุสเซน แห่งราชวงศ์จอร์แดน ขอถอนตัวก่อนลงคะแนนเสียงรอบ 2 ด้านคุณปู่วัย 79 ปี ให้สัญญาครั้งนี้จะเป็นการดำรงตำแหน่งวาระสุดท้าย
เซปป์ แบล็ตเตอร์ ได้ดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า เป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกัน เมื่อชนะการเลือกตั้งในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือ "ฟีฟ่า คองเกรส" ครั้งที่ 65 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม ที่นครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
สำหรับการลงคะแนนเสียงรอบแรกจาก 209 ชาติสมาชิก ปรากฏว่า "ไม่สามารถหาผู้ชนะได้" เนื่องจากทั้ง แบล็ตเตอร์ เจ้าของตำแหน่งเดิมวัย 79 ปี กับเจ้าชายอาลี บิน อัล-ฮุสเซน แห่งราชวงศ์จอร์แดน ผู้ท้าชิง ไม่มีใครได้เสียงเกิน 2 ใน 3 ตามที่กำหนด โดย แบล็ตเตอร์ ได้ 133 เสียง ขาดเพียง 7 เสียงเท่านั้นก็จะชนะเลือกตั้ง ส่วนเจ้าชายอาลี ได้ 73 เสียง จึงต้องมีการลงคะแนนเสียงอีกครั้ง แต่หนนี้หากใครได้จำนวนเสียงเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ก็จะได้เป็นประธานฟีฟ่าในทันที
ซึ่งเจ้าชายอาลี ยอมรับเสียงในรอบแรกเพราะเชื่อว่าจะไม่มีใครเปลี่ยนใจในการลงคะแนนเสียงรอบ 2 ดังนั้น 133 เสียงของแบล็ตเตอร์ ก็มากพอที่จะชนะการลงคะแนนเสียงรอบ 2 เจ้าชายอาลีจึงขอถอนตัวจากการเลือกตั้งพร้อมทั้งขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ต่อนโยบายปฏิรูปองค์กรที่นำเสนอและเชื่อในพระองค์
ส่งผลให้ แบล็ตเตอร์ ดำรงตำแหน่งประธานฟีฟ่า สมัยที่ 5 ต่อไปอีก 4 ปี หรือจนถึงปี 2019 และหากอยู่จนครบวาระจะทำให้ แบล็ตเตอร์ ที่ดำรงตำแหน่งประธานฟีฟ่า หนแรกเมื่อปี 1998 จะอยู่ในตำแหน่งนาน 21 ปี แต่การเลือกตั้งหนล่าสุดนี้ ถือเป็นการต่อสู้ที่ถูกจับตามากที่สุดเนื่องจากได้รับการต่อต้านจากหลายชาติสมาชิก เนื่องจากความไม่โปร่งใสในการเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลก ครั้งที่ 22 "กาตาร์ 2022"
รวมถึงการบุกจับกุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฟีฟ่า 7 คน และสมาชิกในระดับรองลงไปรวม 14 คน เพราะพัวพันการทุจริต รับสินบนรวมกัน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5,077 ล้านบาท) เมื่อวันพุธที่ 27 พฤษภาคม
ขณะที่ แบล็ตเตอร์ กล่าวหลังชนะการเลือกตั้งว่า “ก่อนอื่นขอยกย่องและแสดงความเคารพแด่เจ้าชายอาลี ที่ร่วมลงรับสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้ ขอขอบคุณสมาชิกฟีฟ่าที่ส่วนใหญ่ยังให้ความไว้วางใจทำงานอีก 4 ปี และจะขอรับผิดชอบกู้วิกฤติศรัทธาฟีฟ่า พร้อมทั้งบริหารองค์กรให้ไปในทิศทางอย่างที่ควรจะเป็น สัญญาว่าเมื่อสิ้นสุดวาระนี้จะส่งมอบอำนาจแก่ตัวแทนคนใหม่ด้วยความเป็นปึกแผ่นขององค์กร”





