วอนช่วย2หนูน้อยชัยภูมิ วัย8และ13ขวบ ทุกข์ซ้ำหนักไร้ที่พึ่งบ้านยังถูกเพลิงไหม้วอดไร้ที่อยู่ ทั้งไม่มีพ่อแม่ดูแลเพราะต้องคดีถูกจำคุก
เมื่อช่วงเช้า วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานงานให้ช่วยร่วมลงพื้นที่พร้อมกับเจ้าหน้าที่ ปภ.จังหวัดชัยภูมิ,อบต.ละหาน,สพป.ชัยภูมิ เขต 3 เพื่อตรวจสอบให้ความช่วยเหลือครอบครัว 2 หนูน้อยเด็กยากจนไร้ที่พึ่งบ้านถูกเพลิงไหม้พังเสียหายหมดทั้งหลังมาตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.58 ที่ผ่านมา และจนปัจจุบันได้รับความเดือดร้อนหนักไร้ที่อยู่และไม่มีผู้อุปการะดูแลเพราะไม่มีพ่อแม่ดูแลเพราะต้องถูกคดีจำคุกและต้องอาศัยอยู่กับตายายวัยชราที่ต้องมาป่วยหนักทั้งตาบอด หูไม่ได้ยินซ้ำอีกเพียงลำพังมาจนปัจจุบัน
ซึ่งสภาพถูกเพลิงไหมตั้งอยู่บ้านเลขที่ 21/1 หมู่ที่ 6 บ้านท่าศาลา ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิซึ่งเกิดเหตุเพลิงไหม้พังเสียหายหมดทั้งหลังนั้น เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง ฝาพนังบุด้วยสังกะสีและไม้กระดานอัดเก่าๆใกล้ผุุพัง และมีผู้พักอาศัยรวมกันถึง 4 คนซึ่งมีนายโนรี โสละหาน อายุ 69 ปี ซึ่งเป็นตาของเด็กและเป็นผู้พิการทางสายตาตาบอดมองไม่เห็นทั้ง 2 ข้าง และนางมะลิ โสละหาน อายุ 74 ปี ผู้เป็นยายอีกคนก็ยังป่วยเป็นผู้พิการทางหู ทั้ง 2 ข้าง และได้อาศัยอยู่กับหลานชายวัย 8 ขวบและ 13 ขวบ ซึ่งกำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนบ้านโนนจาน (เนตรขันราษฎร์บำรุง) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3 (สพป.ชัยภูมิ เขต3) และโรงเรียนบ้านโนนน้อยแผ่นดินทอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต1(สพป.ชัยภูมิ เขต1) ซึ่งที่ซ้ำร้ายหนักปัจจุบันตาและยายมาเริ่มป่วยพิการตาบอดทั้ง 2 ข้างและยายหูไม่ได้ยินซ้ำอีกจนไม่สามารถดูแลตัวเองและหลานๆได้
ซึ่งด้านนางสีไพร วันชัย อายุ 45 ปีเป็นชาวบ้านท่าศาลา ผู้เห็นเหตุการณ์ วันเกิดเหตุเล่าว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 07.30 น.ของวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 วันเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ผ่านมา ตนเองได้ยินเสียงเหมือนประทัดแตก เมื่อหันไปมองเห็นไฟลุกไหม้ท่วมบ้าน ตนจึงนึกได้ว่าที่บ้านหลังนี้มียายกับตาผู้พิการจึงได้ร้องเรียกให้คนบ้านใกล้เคียงเร่งมาช่วย ปรากฏว่าเห็นยายกำลังจะผ่ากองเพลิงเพื่อเข้าไปในบ้าน และเห็นหลานชายคนโตวิ่งเข้าไปช่วยยายให้ออกมาก่อน ด้วยการอุ้มยายซึ่งพิการหูหนวก ออกมาจากเปลวเพลิงได้ทัน ซึ่งตนจึงถามยายว่าจะเข้าไปทำไมเมื่อเห็นไฟไหม้บ้านอยู่ ยายตอบตนว่าจะเข้าไปเอาเงินที่ตัวเองเก็บสะสมไว้ตลอดทั้งชีวิตทั้งสิ้นจำนวน 1,500 บาท ซึ่งเก็บไว้ให้หลานทั้ง 2 คนไปโรงเรียน และกลัวว่าตาซึ่งตาบอดอยู่ในบ้านจะหาทางออกมาไม่ได้ ซึ่งโชคดีที่ครั้งนี้ได้พาทุกคนออกมาได้อย่างปลอดภัยจึงไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรเนื่องจากสภาพบ้านที่เก่าและระบบไฟฟ้าใช้การมานานแล้ว
ต่อมาทางนายก อบต.ละหาน ได้มอบหมายนายนิกร โฮมจัตุรัส ปลัด อบต.ละหาน และเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ พร้อมรายงานความเสียหาย และเตรียมประสานขอความช่วยเหลือครอบครัวนี้เบื้องต้น ด้วยการเร่งจะจัดสรรงบประมาณให้ความช่วยเหลือด้วยการสร้างบ้านพักอาศัยใหม่ให้กับผู้ได้รับความเดือดร้อนให้ใหม่ร่วมกับทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต3(สพป.ชัยภูมิ เขต3)
โดยด้าน ดร.โชติพิพัฒน์ จุลมณีรุ่งเรือง ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 3 ซึ่งได้ร่วมลงพื้นที่ครั้งนี้ด้วยตัวเองพร้อมด้วย นายทนงพงศ์ สมัยผอ.โรงเรียนบ้านโนนจาน (เนตรขันราษฎร์บำรุง) กล่าวว่า เห็นสภาพครอบครัวความเป็นอยู่ของ 2 หนูน้อยครั้งนี้แล้วน่าหดหู่ใจมาก เบื้องต้นทั้งทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต3(สพป.ชัยภูมิ เขต3)ซึ่งเป็นผู้ดูแลนักเรียนทั้ง 2 คนคือ ด.ช.ศุภฤกษ์ ขวัญนิมิต วัย 8 ขวบนักเรียนชั้น ป.2ส่วนพี่ชายอีกคนวัย 13 ขวบซึ่งกำลังเรียนอยู่ระดับ ม.1โดยทั้งสองจะอาศัยอยู่กับตาและยาย ส่วนพ่อกับแม่ถูกคุมขังที่เรือนจำ
และปัจจุบันเมื่อบ้านพักอาศัยถูกไฟไหม้ จึงไม่มีที่พักซ้ำอีก ดังนั้น ทางสำนักงานฯ จึงได้ประชุมผู้บริหารเครือข่ายทั้ง 20 เครือข่ายสถานศึกษาในพื้นที่ พร้อมประสานไปยัง จังหวัดชัยภูมิ และ อบต.ละหานเพื่อมาช่วยเร่งจัดหางบประมาณมาสบทบกับทาง สพป.ชัยภูมิ เขต3ที่มีแนวคิดจะสร้างบ้านพักอาศัยให้ใหม่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯพระชนมายุ88พรรษาซึ่งจะดำเนินการใหม่แล้วเสร็จโดยเร่งด่วนให้ได้โดยเร็วต่อไป
ทั้งนี้ จึงอยากฝากขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา บริจาคเงินสมทบทุนสร้างบ้านหรือมอบเป็นทุนการศึกษาให้กับครอบครัว2หนูน้อยชัยภูมิ ครั้งนี้ ได้ที่ ผอ.ทนง พงศ์สมัย หมายเลขโทรศัพท์08-1065-8542หรือ คุณวรรณภา ภู่ดัด โทรศัพท์ 08-7255-5847 หรือทางบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี นางวรรณภา ภู่ดัด และ นางอมร นาคทน หมายเลขบัญชี 983-3-54342-1 เพื่อจะได้เร่งรวบรวมนำไปช่วยเหลือครอบครัวเด็กทั้ง 2 รายต่อไป




