วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้ว่าฯระนองคาดโทษ 'กำนัน-ผญบ.' เอี่ยวค้าโรฮิงญา

ลั่นจัดการเด็ดขาด! ผู้ว่าฯระนองคาดโทษกำนัน-ผญบ. เอี่ยวค้าโรฮิงญาสั่งพักหน้าที่ทันที

นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้สั่งการเน้นย้ำไปยังนายอำเภอทุกอำเภอของจังหวัดระนอง และผู้กำกับการสถานีตำรวภูธรทุกสถานีทั้ง 5 อำเภอ ห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์อย่างเด็ดขาด หากพบข้อมูลจะเสนอย้ายออกจากพื้นที่ทันทีรวมทั้งหากพบมีพื้นที่ใดที่พบมีชาวโรฮิงญาสามารถเล็ดลอดหลบหนีขึ้นมาบนฝั่งได้ก็จะถือว่าเป็นการปล่อยปละละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ก็จะเสนอย้ายออกจากพื้นที่เช่นกัน ส่วนกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน หากพบมีส่วนเกี่ยวข้อง รู้เห็น ในการลับลอบนำพาบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาติ หรือมีการรับผลประโยชน์จากกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์จะสั่งพักหน้าที่ทันที


ด้านจนท.หน่วยงานด้านความมั่นคง จ.ระนอง เปิดเผยว่าได้นำ จนท.จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ 5 อำเภอจังหวัดระนองซึ่งทั้ง 5 อำเภอมีแนวพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอันดามันเพื่อเอ็กซเรย์หรือสำรวจพื้นที่หาแหล่งพักพิงหรือค่ายกักกันชาวโรฮิงญาตามแนวชายฝั่ง จ.ระนองซึ่งมีพื้นที่เป้าหมายทั้ง 5 อำเภอรวม 36 จุด ที่มีข้อมูลว่ามีการพบชาวโรฮิงญาลักลอบขึ้นฝั่ง โดยจากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมดไม่พบว่ามีแหล่งพักพิงหรือมีหลักฐานว่าเคยปรากฏว่าเป็นแหล่งพักพิงชาวโรฮิงญาแต่แทบทุกพื้นที่ได้รับข้อมูลที่ยืนยันจากชาวบ้านในแต่ละพื้นที่ว่าเคยพบเห็นชาวโรฮิงญาลอยลำเรือเข้ามาขึ้นฝั่ง และพบว่าชาวโรฮิงญาที่ขึ้นฝั่งจะเข้าหลบในป่าใกล้ชายฝั่งประมาณ 2-3 วันก็จะมียานพาหนะมารับในช่วงกลางคืน

ดังนั้นเหตุที่ไมีมีจุดพักพิงที่ถาวรเป็นเพราะพื้นที่ จ.ระนองเป็นทางผ่านที่เมื่อโรฮิงญาที่ขึ้นฝั่งได้ ทางเครือข่ายค้ามนุษย์ก็จะรีบนำตัวออกจากพื้นที่ไปยังเป้าหมายปลายทาง ซึ่งการขึ้นฝั่งเข้ามาแอบตามป่าใกล้ชายฝั่งและการเดินทางออกจากพื้นที่ชาวบ้านในชุมชนจะทราบดีแต่ไม่มีใครกล้าที่จะไปแจ้ง จนท.เพราะหลายครั้งพบว่าบุคคลที่เข้ามารับตัวมีลักษณะคล้าย จนท.บางหน่วยงาน


นอกจากนี้ผู้นำชุมชนในหมู่บ้านจะเป็นผู้ทราบเรืองราวความเคลื่อนไหวผิดปกติที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่เคยมีผู้ใหญ่บ้านคนใดเข้าไปให้ข้อมูลกับ จนท.หรือบางคนอาจจะเข้าอำนวยความสะดวกคอยช่วยเหลือส่งเข้าส่งน้ำ ให้ชาวโรฮิงญาเพราะได้รับผลประโยชน์จากเครือข่ายค้ามนุษย์ ซึ่งทาง จนท.กำลังรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานหากปรากฏชัดเจนว่า ผญบฅคนใดในหมู่บ้านใดเคยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือชาวโรฮิงญาก็จะจัดทำบัญชีรายชื่อเสนอกระทรวงมหาดไทยเพื่อดำเนินพิจารณาลงโทษต่อไป


จนท.หน่วยงานความมั่นคง กล่าวต่อว่า การสั่งย้าย จนท.ข้าราชการถือว่ายังแก้ปัญหาไม่ถูกจุดเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆคือมาจากเครือข่ายค้ามนุษย์ที่ปัจจุบันมีความเข้มแข็งมาก ยิ่งนำตัวไปพูดคุยหรือนำตัวไปสอบสวนก็จะทำให้กลุ่มคนพวกนนี้ได้รู้จัก จนท.รู้จักผู้ใหญ่สุดท้ายก็มีการโน้มน้าวนำผลประโยชน์มาล่อตาล่อใจก็อาจทำให้ จนท.บางนายบางคนเข้าไปร่วมมือหรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้ ดังนั้นการแก้ปัญหาที่แท้จริงคือจัดการกลุ่มค้ามนุษย์ หากฏหมายมาเล่นงานคนเหล่านี้ยิ่งมีการจัดการกับข้าราชการยิ่งทำให้คนเหล่านี้ไม่กลัวกลับมีเวลาในการโยกย้ายทรัพย์สิน ถ่ายโอนทรัพย์สินไปยังเครือญาติยากแก่การติดตามและตรวจสอบในอนาคต ส่วนเครือข่ายค้ามนุษย์รายใหญ่ใน จ.ระนอง คือ โก ม.ทราบว่าได้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านหลังจากเกิดเรื่องขึ้นเพราะกลัวความปลอดภัย ในขณะที่ จนท.ก็ไม่สามารถรั้งตัวหรือจับกุมไว้ได้เพราะไม่มีหลักฐาน เพียงแต่ทราบทางพฤตินัยเท่านั้น