มนตรี ไชยพันธ์ รักษาการณ์ผู้ว่า กกท. วางโรดแมพ 10 ปี พาฟุตบอลไทย ไปฟุตบอลโลก ในปี 2026 ด้วยงบประมาณราว 700 ล้านบาท
โดยมาจากภาษีสุรา, ยาสูบ ตาม พ.ร.บ.กีฬา 2558 และงบจากภาครัฐและเอกชน มั่นใจหากมีการเตรียมทีมตามแผนที่วางไว้สามารถประสบความสำเร็จตามเป้าหมายได้
นายมนตรี ไชยพันธุ์ รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬารักษาการ ในฐานะรักษาการณ์ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มีการประชุมหารือร่วมกัน 3 ฝ่าย ระหว่าง การกีฬาแห่งประเทศไทย, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร เป็นรัฐมนตรี และสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในการวางแผนโรดแมพพาทีมนักเตะ "ช้างศึก" ทีมชาติไทยผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย ในการแข่งขันฟุตบอลโลกให้ได้ภายในศึกฟุตบอลโลกปี 2026
"ตามที่วางแผนไว้เราจะก้าวไปทีละขั้นตอนในการวางแผนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และเตรียมทีมฟุตบอลไทยชุดนี้ไปเรื่อยๆ รวมเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ส่วนงบประมาณในการเตรียมทีมฟุตบอลไทยไปฟุตบอลโลกตามแผนโรดแมพนั้น หลังจากที่ พระราชบัญญัติ การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 ประกาศบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้จะได้งบภาษีจากสุราและยาสูบ 2 เปอร์เซ็นต์ เป็นจำนวนงบประมาณราว 4,000 ล้านบาท มาช่วยสนับสนุนวงการกีฬาไทยให้พัฒนามากยิ่งขึ้น รวมถึงนำมาช่วยสนับสนุนทีมฟุตบอลไทยด้วย"
นายมนตรี กล่าวต่อว่า สำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณในการเตรียมทีมนักกีฬาของแต่ละสมาคมกีฬาซึ่งก่อนหน้านี้เป็นแบบปีต่อปี แต่จาก พ.ร.บ.การกีฬา ฉบับใหม่นี้อาจจะยืดหยุ่นเป็นการเตรียมงบประมาณระยะยาวรวดเดียว 2-4 ปีได้ เพื่อให้สอดคล้องกับการเตรียมนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬารายการใหญ่ ทั้งเอเชี่ยนเกมส์หรือโอลิมปิกเกมส์ เช่นเดียวกับการวางเป้าหมายหลักของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ที่ต้องการพาฟุตบอลไทยไปฟุตบอลโลกให้ได้
"โดยจากการที่ได้วางแผนโรดแมพพาทีมฟุตบอลไทยไปฟุตบอลโลกนั้น คาดว่าน่าจะใช้งบประมาณทั้งหมดราว 700 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้กำหนดว่างบประมาณในส่วนนี้จะมาจากงบสนับสนุนของภาครัฐเท่าไร หรือภาคเอกชนเท่าไร อย่างไรก็ตามเชื่อว่าถึงตอนนั้นทีมชาติไทยน่าจะพัฒนาจนเพียงพอต่อการเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้"





