วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หน่วยข่าวเผยเส้นทางคาร์บอมบ์ยะหา-สมุย

หน่วยข่าวฯ เผยเส้นทางคาร์บอมบ์ “ยะหา-สมุย” ในขณะที่ ผู้การยะลา ระบุ จนท.ซัก “อับดุลรอซะ” พนักงานขับรถ สามารถเชื่อมโยงกลุ่มบุคคลในพื้นที่

จากกรณีที่เกิดเหตุคนร้ายปล้นรถยนต์กระบะ มาสด้า4ประตู สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กข4892ยะลา เมื่อวันที่31มีนาคม2558ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดพบว่าคนคันดังกล่าวไปก่อเหตุคาร์บอม ในพื้นที่ เกาะสมุย จ.สุราษฎรธานี คืนวันที่10เมษายน58ที่ผ่านมา โดยรถคันดังกล่าว มีนายอับดุลราซะ ดูมีแด เป็นคนขับรถก่อนที่จะถูกปล้นไปจากพื้นที่ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนายดับดุลรอซะ มาซักถามอีกครั้ง แต่ก็ยังคงให้ปากคำวกวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งยังไม่ให้ข้อมูลใดๆที่เป็นประโยชน์ต่อพนักงานสอบสวน ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวตามกฎอัยการศึกไปยัง กรมทหารพรานที่41เพื่อดำเนินการซักถาม ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่16เม.ย.58เวลา09.00น.นายอับดุลราซะ ดูมีแด พนักงานขับรถ อบต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา ยังคงถูกควบคุมตัวตาม พรก.ฉุกเฉิน เพื่อเข้ากระบวนการซักถาม อยู่ที่กรมทหารพรานที่41ค่ายวังพญา อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งจะครบกำหนัด7วัน ในวันที่17เมษายน58นี้ ซึ่งนายอับดุลราซะ เป็นกุญแจสำคัญที่จะสามารถสาวถึงกลุ่มคนร้ายที่ปล้นรถยนต์และนำไปก่อเหตุคาร์บอมที่ เกาะสมุย จ.สุราษธานี

พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ วังสุภา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า สำหรับนายอับดุลราซะ นั้น ยังไม่ถือว่าควบคุมตัวเอาไว้ เพียงแต่เชิญตัวเพื่อขอซักถาม เนื่องจากเป็นบุคคลที่ต้องสงสัยจากการนำรถไประเบิดที่สุราษฎร์ธานี จึงได้เชิญตัวเอาไว้เพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่ซักถามค้นหาความจริง สำหรับการให้การล่าสุดก็ยังให้การภาคเสธ แต่ก็มีบางส่วนที่มีประโยชน์ต่อรูปคดี มีการโยงถึงบุคคลหลายคนในพื้นที่ โดยยังไม่มีตั้งข้อหา นายอับดุลรอซะ แต่อย่างใดในขณะนี้ ซึ่งจะมีการซักถามกันต่อไปเมื่อพ้นอำนาจกฎอัยการศึก ส่วนการขยายผลนั้นตนเองได้ให้ชุดสืบสวนตรวจสอบในพื้นที่ในเส้นทางต่างๆ ของรถที่เดินทางออกจากพื้นที่ไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี ก็ได้รายละเอียดมาส่วนหนึ่ง

หน่วยข่าวด้านความมั่นคง ที่เกาะติดสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ให้ข้อมูลว่า รถคันดังกล่าวได้ใช้เส้นทาง ยะหา-บ้านเนียง-บ้านหน้าถ้ำ แล้วเลี้ยงเข้า อ.กรงปินัง จ.ยะลา เพื่อทำการดัดแปลงตัวรถด้วยการเปลี่ยนป้ายทะเบียน ติดแผ่นแคฟร่าที่ผ่ากระโปรงรถ เพื่ออำพรางการตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนว่า กลุ่มคนร้ายได้ซื้อ”แคฟร่า”ในร้านตกแต่งรถภายในเขตเทศบาลนครยะลา หรือไม่ เนื่องจากมีรายงานว่ากลุ่มคนร้ายได้นำไปดัดแปลงในหมู่บ้านที่ อ.กรงปินัง จากนั้นรถคันดังกล่าวยังอยู่ใน จ.ยะลา ถึงวันที่9เมษายน58ก่อนที่จะนำรถไปเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

“สำหรับเส้นทางรถยนต์Carbombที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พบว่า หลังจากดัดแปลงรถเสร็จ มีผู้พบเห็นรถคันดังกล่าววิ่งออกจากยะลาผ่านถนนสาย418ก่อนที่รถผ่านสี่แยกพระพุทธ อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อเวลา14.45น ผ่านสามแยก หอนาฬิกาจะนะ15.11น. ผ่านหน้าปั๊มเชลล์จะนะ เวลา15.16น. ผ่านห้าแยกน้ำกระจาย อ.เมือง จ.สงขลา เวลา15.46น. ผ่านหน้า รร.นวมินทร์ จ.สงขลา เวลา15.49น. ผ่านหน้าตลาดสิงหนคร เวลา16.01น. ผ่านสี่แยกม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา เวลา16.17น. ผ่านหน้าปั๊มบางจาก อ.ระโนด จ.สงขลา เวลา17.28น. แต่อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบภาพที่ด่านควนมีด อ.จะนะ จ.สงขลา ไม่พบรถคันดังกล่าวแต่อย่างใด แต่พบว่า เมื่อผ่านหน้าปั๊มเชลล์ ที่ อ.จะนะ แล้ว รถหายไป จึงมีความเป็นไปได้ว่ารถคันนี้ได้เลี้ยวซ้ายเข้า บ.ป่าพลู อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งอยู่ก่อนถึงด่านควนมีด ประมาณ300เมตร แล้วไปออก แยกควนมีด มุ่งหน้าไป สามแยกอ่างทอง5แยกน้ำกระจาย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กระจายลงพื้นที่กำลังเพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติมโดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องต่อไปแล้ว” แหล่งข่าวให้ข้อมูล

หน่วยข่าวฯ ยังรายงานอีกว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์2558ปรากฏความเคลื่อนไหวขบวนการกลุ่มBRNระดับ ผบ.เขตทหาร ได้เดินทางจากประเทศมาเลเซีย เข้ามาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อพบปะสมาชิก และประชุมสั่งการ ทราบชื่อ ดังนี้ คือ นายสะมะอุง สุหลง หัวหน้า.ผบ.เขตทหาร/ผบ.เขตทหารที่2รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดนราธิวาส นายเปาะนิ ผบ.เขตทหารที่1รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดยะลา นายแซมะ/มะจัง ผบ.เขตทหารที่3รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดปัตตานี อ.จะนะ,อ.เทพา,อ.นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา การเดินทางเข้าพื้นที่พร้อมกันของสมาชิกระดับ ผบ.เขตทหารในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มความเป็นไปได้สูงที่ขบวนการกลุ่มBRNพร้อมที่จะปฏิบัติการก่อเหตุสร้างความรุนแรงในพื้นที่มากขึ้น โดยกำลังตรวจสอบว่า กลุ่มบุคคลเหล่านี้ จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีเหตุการณ์ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หรือไม่