วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เรือทัพใหญ่บุกปราสาท

"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี จัดนักเตะชุดใหญ่ในเกมบุกเยือน "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พาเลซ

 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมืองผู้ดี นัด "มันเดย์ไนท์" ส่งคู่หน้า เซร์คิโอ "กุน" อาเกโร-วิลฟรีด โบนี ล่าตาข่าย ด้านแบรแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล สับกองหลังเล่นแย่ในเกมพ่าย อาร์เซนอล 1-4 เบนเป้าล่าแชมป์เอฟเอคัพแทน


ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด "มันเดย์ไนท์" กลางดึกวันจันทร์ที่ 6 เมษายน "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พาเลซ ที่แข่ง 30 นัด มี 36 แต้ม เปิดสนามเซลเฮิร์สท์ ปาร์ค กรุงลอนดอน รอรับการมาเยือนของ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี แชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่แข่ง 30 นัด มี 61 แต้ม เวลา 02.00 น.


นัดนี้เจ้าบ้านของผู้จัดการทีม อลัน พาร์ดิว ไม่ค่อยกดดันนักเพราะแม้จะไม่มีลุ้นอันดับไปเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรป แต่ก็ไม่ต้องวิตกกับการหนีตกชั้นเช่นกัน เพราะ 8 นัดสุดท้าย ต้องการอีกเพียง 4 แต้ม ก็จะได้ 40 แต้ม ค่าเฉลี่ยที่จะไม่ตกชั้นพรีเมียร์ลีก อีกทั้ง 4 นัดหลังสุด ชนะถึง 3 นัด โดยล่าสุดเพิ่งออกไปชนะ สโตค ซิตี 2-1


ส่วนสภาพทีมจะไม่มี มารูยาน ชามัคห์ กับ เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ สองกองหน้า, ลี ชุง ยอง กับ เฌอโรม โธมัส สองกองกลางตัวริมเส้น และจอร์ดอน มัทช์ มิดฟิลด์ตัวกลาง ที่ยังเจ็บ รวมถึง ไมล์ เยดินัก มิดฟิลด์ตัวกลางกัปตันทีม ติดโทษห้ามแข่งเป็นนัดสุดท้าย ส่วนตัวหลักคนอื่นอยู่ครบ ทั้งผู้รักษาประตู จูเลียน สเปโรนี, กองหลัง ซูอาเร, ดาเมียน เดลานีย์, สกอตต์ แดน, โจเอล วอร์ด และมี เกลนน์ เมอร์เรย์ เป็นกองหน้าตัวเป้า


ฝั่งแมนฯ ซิตี ทีมเยือนจากย่านอีสต์แลนด์ สภาพทีมถือว่าพร้อมเต็มที่เพราะไม่มีใครเจ็บและไม่มีใครติดโทษห้ามแข่ง ดังนั้นเชื่อว่า มานูเอล เปเยกรินี ผู้จัดการทีม จะส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนามในระบบการเล่น 4-4-2 ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู-โจ ฮาร์ท, กองหลังจากซ้าย-กาแอล คลิชี, เอเลียควิม มองกาลา, แวงซองต์ กอมปานี, พาโบล ซาบาเลตา, กองกลางจากซ้าย-ดาวิด ซิลบา, แฟรงค์ แลมพาร์ด, ยายา ตูเร, ซามีร์ นาสรี, กองหน้า-เซร์คิโอ อาเกโร และ วิลฟรีด โบนี


ด้านควันหลงเกมพรีเมียร์ลีกนัดวันเสาร์ที่ 4 เมษายน ซึ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเชือด แอสตัน วิลล่า 3-1 ทำให้มี 62 แต้ม แซงขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ของตารางชั่วคราว โดยได้ประตูจาก เวย์น รูนีย์ 1 ลูก และอันเดร์ เอร์เรรา 2 ลูก ซึ่งทาง หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมยอมรับว่า แม้จะขึ้นมาอยู่ที่ 3 แต่ต้องไม่ประมาทเพราะทีมอื่นๆ ยังพร้อมจะทำแต้ม เพื่อแย่งชิงโควตาไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า อีกทั้งทีมยูไนเต็ดยังมีคิวเจอกับ เชลซี, อาร์เซนอล และแมนฯ ซิตี


"เรายังต้องเจอกับอีก 3 ทีม ซึ่งอยู่ท็อป 4 ของลีก ดังนั้นผมคิดว่าการต่อสู้ยังไม่จบ และแม้เราจะมีช่องว่างออกไป แต่ผมยังต้องการเก็บชัยชนะทุกเกมทุกสัปดาห์ ทุกอย่างมีความเป็นไปได้เสมอ ลิเวอร์พูล ตามหลังเรา 8 แต้ม แต่เราก็ตาม เชลซี 8 แต้มเช่นกัน" ฟานกัล กล่าว


ด้าน แบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ได้ออกมาเปิดเผยหลังเกมที่โดน อาร์เซนอล ถล่มยับ 4-1 ว่า ทีมโอกาสแล้วสำหรับการแย่งชิงพื้นที่ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า ดังนั้นช่วงเวลาต่อจากนี้คงจะต้องเบนเป้าหมายไปที่ถ้วยเอฟเอ คัพ ที่ยังเหลืออยู่
"ผมคิดว่าโอกาสขึ้นท็อป 4 มันคงจะยากเกินไป ดังนั้น จึงอยากมุ่งสมาธิไปที่ เอฟเอ คัพ ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหลือ ส่วนเกมที่แพ้อาร์เซนอลนั้นต้องยอมรับว่าเกมรับเราอ่อนมาก มันเป็นวันที่น่าผิดหวัง


ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์เอฟเอ คัพ โดยจะมีโปรแกรมลงเตะรอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดรีเพลย์กับ แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส ในวันที่ 8 เมษายนนี้ และถ้าหากชนะจะเข้าไปเจอกับ แอสตัน วิลลา ในวันที่ 19 เมษายน