วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คุกนายกเทศมนตรี ต.แม่คำมี จ.แพร่ 8 เดือน

คุก นายกเทศมนตรี ต.แม่คำมี จ.แพร่ 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ พร้อมตัดสินทางการเมือง5ปี

รายงานข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. ได้รับทราบตามที่ศาลฎีกาแผนคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อม.27/2557ระหว่างคณะกรรมการป.ป.ช.ผู้ร้อง กับนายอภินันท์ ตันมา ผู้คัดค้าน กรณีที่นายอภินันท์เข้าดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลแม่คำมี อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ เมื่อวันที่ 12ต.ค.51 ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่งแต่ไม่แนบเอกสารประกอบ ต่อมาในวันที่ 1 เม.ย.55นายอภินันท์ได้ลาออกจากตำแหน่งและได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นครั้งที่ 2 โดยนายอภินันท์ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ กรณีพ้นจากตำแหน่งล่าช้าถึง 399 วัน และไม่แนบเอกสารประกอบ อีกทั้งไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ในกรณีพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว 1 ปี รวมถึงกรณีเข้าดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีในครั้งที่ 2 โดยนายอภินันท์ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และได้ยื่นคำคัดค้านว่าได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯทั้งหมดครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว

โดยศาลฎีกาฯ ได้วินิจฉัยจากข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานป.ป.ช.จังหวัดแพร่ได้ออกหนังสือเตือนไปยังนายอภินันท์ ถึง 3 ฉบับ ส่งโทรสาร ติดต่อทางโทรศัพท์ให้มาดำเนินการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ พร้อมเอกสารประกอบไปหลายครั้ง ซึ่งนายอภินันท์ทราบแล้วแต่กลับเพิกเฉย ไม่ยื่นเอกสารเพิ่มเติม ไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ พฤติการณ์แห่งคดีแสดงให้เห็นว่า นายอภินันท์ไม่ใส่ใจต่อหน้าที่อันสำคัญของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ พร้อมเอกสารประกอบตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เพื่อให้มีการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามเจตนารมณ์ของกฎหมายได้ เพราะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจของประชาชน ต้องมีคุณสมบัติด้านความซื่อสัตย์สุจริต บริหารราชการตามหลักธรรมาภิบาล ดังนั้น พฤติการณ์แห่งคดีฟังได้ว่า นายอภินันท์ไม่ดำเนินการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ พร้อมยื่นเอกสารประกอบรวมทั้ง 4 กรณี

จึงพิพากษาว่า ให้นายอภินันท์พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลแม่คำมี ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบันนับแต่วันที่ศาลฎีกาฯ วินิจฉัย และห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง เป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกาฯ วินิจฉัย การกระทำผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 ให้จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 8 เดือน และเห็นว่า นายอภินันท์เป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสถานภาพเป็นผู้นำชุมชนต้องประพฤติปฏิบัติตนเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีกับประชาชน แต่กลับละเลยไม่ใส่ใจต่อหน้าที่อันสำคัญของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ทำให้ระบบการตรวจสอบขาดประสิทธิภาพเป็นช่องทางให้เกิดการประพฤติมิชอบ และการทุจริตคอร์รัปชั่น พฤติการณ์แห่งคดีนับว่า เป็นเรื่องร้ายแรงจึงไม่สมควรรอการลงโทษ