วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับ 'แก๊งดาบตำรวจ' ค้ายาบ้า ยึดของกลาง1ล้านเม็ด

ผบ.ตร.แถลงจับกุม "แก๊งดาบตำรวจ" ค้ายาบ้า ยึดของกลาง 1 ล้านเม็ด จ่อเอาผิดผู้บังคับบัญชาละเลย

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 13.00 น. วันที่ 30 มี.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เป็นประธานการแถลงข่าวกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.น. และ บช.ปส.ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 10 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด ได้ที่บริเวณถนนหน้ารังสิตซ๊อคเกอร์คลับ ถ.พหลโยธิน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยมี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. และ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 พร้อมเจ้าหน้าที่จากหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมในการแถลงข่าว

การตรวจยึดยาเสพติดรายใหญ่ดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีการกำชับให้ทุกพื้นที่เร่งรัดการสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ทำให้เมื่อวันที่ 28 มีนาคม เวลาประมาณ 01.00 น. สายลับของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมของ บก.น.6 ได้แจ้งข้อมูลว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดในบริเวณพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบและประชุมวางแผนเพื่อทำการจับกุม พร้อมทั้งประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมของ บก.ปส.1 ร่วมสนธิกำลังจับกุมผู้ต้องหา

จากนั้นในเวลา 06.30 น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายกำลังตามแนวเส้นทางที่คาดว่าผู้ขนยาเสพติดจะนำยาเสพติดมาส่งมอบ ได้พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 1ฒช 3875 กรุงเทพมหานคร จอดกระพริบไฟบริเวณริมถนนหน้ารังสิตซ๊อคเกอร์คลับ ถ.พหลโยธิน ที่เกิดเหตุ จากนั้นมีรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน นข 1671 น่าน มาจอดต่อด้านท้าย และมีชายทราบชื่อต่อมาคือ นายชัยณรงค์ หรือโหน่ง เจริญ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ได้ลงจากที่นั่งฝั่งซ้ายข้างคนขับรถตู้ ก่อนเดินไปเปิดประตูท้ายรถตู้ จากนั้นได้อุ้มกระสอบปุ๋ยขนาดใหญ่มีหูหิ้วไปไว้ท้ายรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตนเข้าจับกุมและตรวจค้นรถตู้ พบ ด.ต.จิรวัฒน์ หรือวัฒน์ มาไกล ผบ.หมู่ ตชด.32 อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นคนขับรถตู้ และ น.ส.ธัญพิมล หรือ แต๋น มะโนจี๋ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 และเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 นั่งโดยสารอยู่เบาะที่นั่งด้านหลังของรถตู้ และพบกระสอบปุ๋ยจำนวน 3 กระสอบ ที่บริเวณเบาะผู้โดยสารด้านหลัง ภายในบรรจุยาบ้าจำนวน 1,000,000 เม็ด ส่วนการตรวจค้นรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ พบถุงกระสอบปุ๋ยขนาดใหญ่มีหูหิ้ว 1 ถุง บรรจุยาบ้า 200,000 เม็ด ที่ถูกขนย้ายมาจากรถตู้ โดยมีนายภานุพงศ์ หรือตั้ม คงใย อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาที่ 5 เป็นคนขับ และพบนายโกศล หรือหนุ่ม ชมบ้านแพ้ว อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาที่ 6 กับนายปกรณ์ หรือมอส พรหมรักษา อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาที่ 7 นั่งอยู่ในรถกระบะ

      ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาที่ 1-7 พร้อมกับแจ้งกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(ยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” พร้อมยึดของกลางยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) บรรจุใส่ถุงกระสอบปุ๋ย แบบมีหูหิ้วขนาดใหญ่ 4 ถุง รวมจำนวน 1,200,000 เม็ด รถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน นข 1671 น่าน รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 1 ฒช 3875 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง และกระดาษบันทึกข้อความรายละเอียดชื่อลูกค้าและหมายเลขโทรศัพท์ ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางไป บช.ปส.เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

     อย่างไรก็ตาม หลังจากจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวได้ ตำรวจชุดจับกุมยังได้สืบสวนขยายผลผู้ร่วมขบวนการเพิ่ม จนสามารถจับกุม นายวีรพงศ์ หรือแดง แก้วบุตร อายุ 22 ปี เยาวชนชาย (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 19 ปี และนายทิชากร หรือนุก ยั่งยืน อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาที่ 8-10 ได้ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีเพิ่มเติม

     สำหรับผู้ต้องหาที่ 10 ซึ่งจับกุมได้ที่ จ.ระยอง จากการสืบสวนทราบว่าเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ จ.ระยอง มีความเกี่ยวข้องกับผู้ค้ายาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งนำยาเสพติดเข้ามาระบาดในพื้นที่ จ.ระยอง และจังหวัดใกล้เคียง โดยทาง บช.น. จะร่วมกับ บช.ปส. และ ปปส. ทำการสืบสวนขายผลจับกุมผู้ค้ายาเสพติดเพิ่มเติมต่อไป

     พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า กรณีการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ในครั้งนี้ พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจคือ ดต.จิรวัฒน์ เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นจะต้องมีการดำเนินการเอาผิดกับผู้บังคับบัญชาของ ดต.จิรวัฒน์ ด้วยเนื่องจากที่ผ่านมาผบว่าผู้ต้องหามีการกระทำผิดเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว และตนเคยมีคำสั่งไปแล้วว่าให้ผู้บังคับบัญชาทุกคนดูแลและสังเกตุพฤติกรรมลูกน้องของตัวเองให้ดีว่า มีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดที่เกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ เช่น เป็นตำรวจชั้นผู้น้อยแต่มีรถหรูขับ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอาจริง และต้องการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากลูกน้องกระทำผิด ผู้บังคับบัญชาจะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย