ชาวบ้านโวยสิบล้อขนหินล้นกระบะ หล่นใส่รถเสียหายยับกว่า 5 คัน ตร.รุดตรวจสอบ จับกุมแจ้งข้อหาหนัก เพิ่มมาตรการเข้มป้องกันเหตุซ้ำ
ร.ต.อ.ชวนนท์ เหี่ยมี ร้อยเวร สภ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ประสานงานร่วมกับ นายศิริวัฒน์ โพฆะพนม หน.หมวดการทางท่าอุเทน เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลอำเภอท่าอุเทน และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ และตรวจสอบความเสียหาย ภายหลังรับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถพ่วงบรรทุกหิน 18 ล้อ ทำหินลูกกรวดที่บรรทุกมาเต็มคันรถ แต่ไม่ปิดคลุมผ้าใบ ร่วงลงถนนหลวง สาย นครพนม–ท่าอุเทน ช่วงสะพานทางเข้า บ้านปากทวยน้อย ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ทำให้มีรถยนต์ของประชาชน ที่สัญจรไปมาเสียหาย ถูกเห็นกระเด็นใส่กระจกรถแตกเสียหาย และโดนตัวรถยนต์ ได้รับความเสียหาย จำนวนมากถึง 5 คัน
เบื้องต้นจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบ รถเก๋งยี่ ห้อมิตซูบิซิ สีแดง ทะเบียน กค 6023 นครพนม กระจังหน้า รวมถึงกระจกรถ และสีรถได้รับความเสียหายจากหินลูกกรวดที่หล่นมาจากรถตกกระแทก ทราบชื่อคนขับภายหลัง คือ น.ส อรทัย พันแดง อายุ 23 ปี ส่วนเพื่อนอีกคนนั่งมาด้วย คือ น.ส.สุภัสสร วรรณอ่อน อายุ 23 ปี นักกายภาพบำบัด โรงพยาบาลอำบ้านแพง ถูกเศษกระจกหน้ารถกระเด็นใส่ ได้รับบาดเจ็บบริเวณขอบตา หวิดตาบอด ซึ่งทางหน่วยกู้ชีพ โรงพยาบาลท่าอุเทน นำตัวส่งไปรักษาต่อ ที่โรงพยาบาลนครพนม
นอกจากนี้ยังพบรถโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ ทะเบียน กง 2125 นครพนม ภายในรถยนต์ พบแม่ และลูกสาว วัย 1 ขวบเศษ นั่งมาด้วย ซึ่งกระจกหน้ารถยนต์ถูกหินกระเด็นใส่หน้ารถ และกระจกหน้าเสียหายหนัก แต่โชคดีปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ทั้งสองคนยังอยู่ในอาการหวาดผวา เพิ่มเติมยังพบรถยนต์ โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ ทะเบียน กย 4429 ขอนแก่น หน้ารถเสียหายเล็กน้อย ส่วนที่เหลือได้รับความเสียหายเล็กน้อย โดยใกล้ที่เกิดเหตุพบรถพ่วง 18 ล้อ ฮีโน่สีขาว ทะเบียนหัวลาก 82-9107 นครสวรรค์ จอดอยู่ ทราบชื่อคนขับคือ นายศราวุธ ทองธิราช อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.ท่าอุเทน
เบื้องต้นจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะ นายศราวุธ ทองธิราช อายุ 38 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บรรทุกหินเต็มรถ โดยไม่มีผ้าใบคลุมท้าย ซึ่งนำหินออกมาจากท่าดูดหินดูดทรายแห่งหนึ่ง ออกจากท่าหิน-ท่าทรายแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน เพื่อจะไปส่งลูกค้าที่ตัวเมือง จ.นครพนม แต่ระหว่างทางที่รถวิ่งเร็ว บวกกับบรรทุกมาล้นคัน ถึงถนนคอสะพานต่างระดับ ทำให้หินที่บรรทุกมา กระเด็นเรี่ยราดตกลงพื้น สร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ที่วิ่งสัญจรไปมา จนรถยนต์ได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยทางตำรวจจะได้สอบสวนดำเนินคดีในข้อหา ทำวัสดุหล่นบนทางหลวง มีโทษปรับ 60,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 3 ปี ตาม พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 พร้อมจะได้ทำการตรวจสอบเรื่องน้ำหนัก และเรียกเจ้าของบริษัทมา สอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อชดใช้ค่าเสียหาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมจะได้เพิ่มมาตรการเข้มเอาผิดจับกุมรถบรรทุกที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ในการบรรทุกหิน ทราย ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับเส้นทาง สาย นครพนม–ท่าอุเทน มุ่งหน้าไป ยัง อ.บ้านแพง ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากปัญหารถบรรทุก ทำหินกรวด ทราย หล่น รวมถึงสร้างมลภาวะ ฝุ่น มานาน จากความมักง่ายของบรรดารถบรรทุก ที่ประกอบธุรกิจดูดหิน ทราย น้ำโขง ในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งมีการร้องเรียนไปยังตำรวจ หน่วยงานเกี่ยวข้องหลายครั้ง จนมีการตรวจสอบจับกุมมาตลอด แต่ยังมีผู้ประกอบการบางรายมักง่าย พยายามทำผิดบรรทุกหิน ทราย น้ำหนักเกิน ล้นกระบะบรรทุก จนชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ รวมถึงผู้ใช้รถใช้ถนนเอือมระอา และเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่ายครั้ง รวมถึงครั้งนี้ด้วย จึงวิงวอนหน่วยงานเกี่ยวข้องหาทางแก้ไขเร่งด่วน หากปล่อยทิ้งไว้อาจมีอันตรายถึงชีวิต





