วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ณรงค์'เล็งทบทวนสอนแบบทวิภาษา'ภาษาไทย-คู่ภาษาถิ่น'

"รมว.ศธ." แนะสพฐ.ทบทวนการสอนแบบทวิภาษาหรือสอนภาษาไทยคู่ภาษาถิ่น หลังพบประสบความสำเร็จน้อย

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รายงานความคืบหน้าเรื่องการปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ซึ่งตนได้ให้ข้อแนะนำไปว่า การปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรควรทะยอยปรับหลักสูตรทีละช่วงชั่น ไม่ใช่รอปรับปรุงพร้อมกันหมดทุกช่วงชั้น สพฐ.ควรแบ่งการปรับหลักสูตรเป็นช่วงๆ เริ่มจากช่วงต่อมาเป็น ช่วงชั้นที่ 1 หรือระดับประถมศึกษาปีที่ 1-3 ไปจนถึงช่วงชั้นที่ 4 หรือมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 หากการปรับปรุงพร้อมกันทุกระดับชั้นจะใช้เวลานานมาก ดังนั้น สพฐ.ควรจะแบ่งการปรับปรุงเป็นทีละขั้นตอน ซึ่งจะทำให้หลักสูตรแกนกลางฉบับใหม่เสร็จเร็วขึ้น

พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ สพฐ.ยังได้รายงานการจัดการเรียนกาสอนในรูปแบบระบบทวิภาษา ซึ่งการเรียนการสอนในรูปแบบดังกล่าวจะเรียนในโรงเรียนตามชายแดนและพื้นที่พิเศษ เพื่อทำให้เด็กในพื้นที่เหล่านี้มีโอกาสเรียนรู้ภาษาไทยจนนำไปสู่การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องได้ โดยมีโรงเรียนที่เด็กใช้ภาษาท้องถิ่นนอกจากภาษาไทยจำนวนมาก อาทิ ภาษาละหู่ อาข่า กะเหรี่ยง เมียน ไทยใหญ่ จีนฮ่อ ลีซอ ม้ง คะฉิ่น ละว้า มูเซอ อีก้อ เป็นต้น

พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นว่าการเรียนการสอนในรูปแบบนี้เป็นเรื่องดี แต่ในต่างประเทศการเรียนแบบทวิภาษาทำได้มีประสิทธิภาพมากกว่า ขณะที่ประเทศไทยการเรียนการสอนในลักษณะนี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากมีการสำรวจพบว่า เด็กที่เรียนในโรงเรียนชายแดนและพื้นที่พิเศษ ระดับ ป.3 เรียนการอ่านและเขียนภาษาไทยได้ช้า และการเรียนการสอนก็เน้นแบบค่อยเป็นค่อยไปจนทำให้เด็กเหล่านี้ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยกับคนอื่นได้ อีกทั้งยังเป็นห่วงเรื่องความมั่นคงด้วย

“ดังนั้นที่ประชุมจึงมอบ สพฐ.ไปสำรวจข้อดีข้อเสีย พร้อมกับทบทวนการเรียนทวิภาษาว่ายังมีความจำเป็นอยู่หรือไม่ ซึ่งในอนาคตก็อาจเป็นไปได้ที่จะให้เด็กกลุ่มนี้เรียนภาษาไทยเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ตนยังไม่ได้สั่งให้ยกเลิกแต่ขอให้ สพฐ.กลับไปทวนถึงความเหมาะสมอีกครั้ง ” พล.ร.อ.ณณงค์ กล่าวในที่สุด