“ถวิล” ร้องผู้ตรวจฯ หลังไม่ได้รับความเป็นธรรม คดีโกงเงินสจล. ขอตร.สอบเพิ่มเชื่อมโยงอีก 2 อธิการฯหรือไม่
ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจฯ เพื่อขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบการทำงานของพนักงานสอบสวนในดคียักยอกทรัพย์สจล. ที่มีพ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รองผู้บังคับการกองปราบปราม เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน เนื่องจากเห็นว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมการสอบสวนพุ่งเป้ามาที่ตนเองเพียงคนเดียว ทั้งที่คดียักยอกทรัพย์ได้เกิดขึ้นคาบเกี่ยวผู้บริหารสจล.รวม 3 ชุด คือ ก่อนที่ตนจะเข้าดำรงตำแหน่งอธิการบดีสจล. ซึ่งในเวลานั้นมีนายกิตติ ตีรเศรษฐ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีในช่วงปี 2548-2555 ตนดำรงตำแหน่งตอน วันที่ 20 ก.ค. 2555- 27 พ.ย. 2556และหลังตนพ้นตำแหน่งซึ่งมีนายโมไนย ไกรฤกษ์ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.2556ถึงปัจจุบัน แต่ปรากฎว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้สอบสวนให้ตรงข้อเท็จจริง โดยไม่ทำการสอบสวนอธิการบดีอีก 2 คนอย่างละเอียด ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนระบุว่าจะไม่มีการสอบสวนเพิ่มเติม เพราะได้ตัวผู้กระทำแล้ว ทั้งที่เมื่อสอบถามถึงพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนระบุว่ามีเพียง 30 เปอร์เซนต์ เท่านั้น ถามว่าอีก 70 เปอร์เซนต์หายไปไหน ทำไมจึงไม่สอบ
นายถวิล กล่าวว่า แสดงความเชื่อว่าการยักยอกทรัพย์ ไม่ใช่คนของสจล.ทำเพียงฝ่ายเดียว แต่เชื่อว่าต้องมีการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของธนาคาร เพราะการที่ธนาคารอ้างว่าเมื่อตนพ้นจากตำแหน่งยังได้มีการเปิดบัญชี ซึ่งประเด็นนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะขนาดที่มีอำนาจเป็นอธิการบดี ธนาคารยังขอดูเอกสารการโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นอธิการบดี ถ้าไม่มีคนในธนาคารเกี่ยวข้องจะไปเปิดบัญชีได้อย่างไร รวมทั้งเงินที่หายไป ก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่งได้หายไป 300 ล้านบาท พอตนเข้ารับตำแหน่งได้หายไป 800-900 ล้านบาท และเมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วเงินก็ยังหายไม่หยุด โดยกระบวนที่เกิดขึ้นไม่มีทางที่ผู้บริหารสจล.จะทำเพียงฝ่ายเดียว ต้องมีเจ้าหน้าที่ของธนาคารรวมด้วยมีลักษณะ 50-50 อย่างเช่น ธนาคารอ้างว่าตนได้เซ็นเอกสารย้อนหลัง ทั้งที่ตนไม่มีอำนาจที่จะเซ็น แสดงว่าคนในธนาคารได้ขโมยเอกสารของตนไปใช้ เรื่องนี้มีลับลมคมในอยู่ แต่วันนี้พนักงานสอบสวนจะไม่สอบเพิ่มเติม เพราะบอกว่าเจอบอส
“ผมเป็นอธิการบดี คนในสถาบันยังเรียกว่าอาจารย์ แต่พนักงานสอบสวนระบุว่าคนในสถาบันมาเรียกตนว่าบอส ดังนั้น จึงอยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบการทำงานของพนักงงานสอบสวนว่าได้ดำเนินการสอบสวนครบถ้วนและเป็นธรรมหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่า ยังไม่ได้มีการสอบธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งปรากฎข้อมูลผ่านสื่อว่าธนาคารไทยพาณิชย์ ได้จัดส่งเอกสารให้พนักงานสอบสวนเพียง 30 เปอร์เซนต์ แต่อีก 70 เปอร์เซนต์ ไม่มีการนำส่ง และพบว่าไม่มีการสอบอธิการบดีอีก 2 คน ที่อยู่ในช่วงเงินของสถาบันหาย จึงถือว่าการดำเนินการของพนักงานสอบไม่ครบถ้วนก่อนที่จะมาแจ้งข้อกล่าวหาตน"นายถวิล กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข้อมูลว่าบุคคลใดเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่ นายถวิลกล่าวว่า ตนได้ออกจากตำแหน่งอธิการบดีตั้งแต่ปี 2556 และเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2557 ไม่มีอะไรในมือเลย แต่ตามรายงานก็พบว่าเงินได้หายไปตั้งแต่ตนจะเข้ารับตำแหน่งแล้ว
ด้านนายรักษเกชา กล่าวว่า ตนจะรายงานต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน และจะสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าได้มีการสอบสวนครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งพนักงงานสอบสวนอาจจะสอบไปแล้วแต่ไม่ได้แจ้งนายถวิลทราบก็ได้ แต่ผู้ตรวจไม่มีอำนาจที่จะไปสั่งให้พนักงานสอบสวนยุติการปิดสำนวนคดี เพราะผู้ตรวจไม่มีอำนาจสั่งคุ้มครองชั่วคราวเหมือนศาล อีกทั้งหากบางเรื่องก็ต้องเกี่ยวกับดุลพินิจของหน่วยงานนั้น ส่วนระยะที่จะให้หน่วยงานที่ถูกร้องชี้แจงโดยปกติใน 30 วัน แต่กรณีนี้อาจจะทำให้เร็วกว่านั้น





