สถานการณ์หมอกควันขั้นวิกฤติปกคลุมทั้งเมืองเชียงใหม่ มองไม่เห็นดอยสุเทพ-ดอยปุย-สนามบิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ (2 มี.ค.) มีหมอกควัน ที่เป็นผลจากการเผาป่าปกคลุมทั้งจังหวัดเชียงใหม่ อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งปัจจุบันมองไม่สามารถเห็นทิวเขาของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยแล้ว โดยในบริเวณศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ รวมทั้งบริเวณสนามกีฬาสมโภชน์เชียงใหม่700 ปี ซึ่งปกติจะมองเห็นวัดพระธาตุดอยสุเทพ ได้อย่างชัดเจน กลับมองไม่เห็นแม้แต่ยอดดอย
จากมุมมองที่สูงบนชั้น 15 ของอาคารเฉลิมพระบารมี โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พบว่าทั่วทั้งเมืองถูกปกคลุมไปด้วยหมอก ซึ่งไม่ใช่หมอกอากาศหนาว แต่เป็นหมอกควันพิษ ขาวโพลนไปทั่วทั้งเมือง ระยะการมองเห็นไม่เกิน 3 กิโลเมตร โดยเมื่อมองจากมุมสูงส่วนบริเวณที่ควรจะเป็นเทือกเขา โดยเฉพาะบริเวณดอยสุเทพและดอยปุยกลับมองไม่เห็น คล้ายกับว่าอันตรธานหายไป ส่วนบริเวณสนามบินท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดเชียงใหม่ ก็ถูกปกคลุมไปด้วยหมอก อากาศยานต้องฝ่าอากาศที่เต็มไปด้วยหมอกควันในการบินขึ้นลง
ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ พบว่าในตัวเมืองเชียงใหม่ปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10)ถึง 164-171 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินกว่าที่ค่ามาตรฐานกำหนดไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าสูงที่สุดในรอบสัปดาห์ มีผลกระทบต่อสุขภาพ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมในที่โล่ง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมหน้ากาก หรือใช้ผ้าปิดจมูกกันมลพิษ
หมอกควันกระทบชาวบ้านออกกำลังกาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากวิกฤตการณ์หมอกควันภาคเหนือ ทำให้ให้ตัวเมืองเชียงใหม่ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินกว่ามาตรฐานยาวนานหลายวัน ส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยในการสัญจรบนท้องถนน และสุขภาพของประชาชน ซึ่งล่าสุดวันนี้ (2 มี.ค.) ปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) สูงถึง 164-171 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินกว่าที่ค่ามาตรฐานกำหนดไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
อย่างไรก็ตาม ปัญหาหมอกควันที่ปกคลุมทั่วจังหวัดเชียงใหม่นานร่วมสัปดาห์ เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องออกจากบ้านไปทำงานในตอนเช้า และผู้ที่ออกกำลังกายที่สวนสาธารณะในตอนเช้าต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โดยที่สวนสาธารณะหนองบวกหาด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ปริมาณประชาชนที่มาออกกำลังกายยังมีจำนวนมาก แต่จะเดินทางมาเร็วขึ้น แต่หลังจากนี้คาดว่าคงจะลดจำนวนลง หากปัญหาหมอกควันยังไม่เบาบาง
นางสิริพร พลารักษ์ อายุ 48 ปี กล่าวว่า ตนจะมาออกกำลังกายที่สวนสาธารณะหนองบวกหาดเป็นประจำ ในช่วงที่มีหมอกควัน จะมีอาการเจ็บคอและแสบตา ทำให้ต้องรีบออกกำลังกายและรีบกลับเข้าที่พัก ในตอนนี้คนใกล้ตัวก็เริ่มป่วยจากหมอกควันที่ปกคลุมแล้ว
ด้านนางสาวธิดา กันทะยอม อายุ 54 ปี กล่าวว่า หมอกควันทำให้ตนเป็นหวัด หายใจไม่สะดวก ต้องใส่หน้ากากป้องกันอยู่ตลอด อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาให้โดยเร็ว





