วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯแจงวางแผนแก้ปัญหาแรงงาน-การศึกษารับAEC

นายกฯระบุกำลังวางแผนแก้ปัญหาแรงงาน-การศึกษารองรับAEC คาดต้นปีหน้าไทยจะขาดแรงงานเกือบ 7 หมื่นคน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า  สำหรับเรื่องแรงงานนั้น ปัญหาการขาดแคลนแรงงานถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากในเวลานี้นะครับ ผมคิดว่าเรามาแก้ปัญหาตรงนี้กันด้วยดีกว่า สำคัฐความ ตอนนี้ประเทศไทยจะต้องเตรียมจัดหาแรงงานเพื่อใช้ในประเทศ ในการจัดตั้งโรงงาน อะไรต่างๆ ก็แล้วแต่ ในเรื่องของการลงทุน แล้วก็รองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปลายปีนี้ด้วย AEC นะครับ ในต้นปีหน้านั้นเราคาดว่าจะขาดแคลนแรงงานประมาณ 6 -7 หมื่นคน วันนี้เราก็มีแรงงานต่างชาติเข้ามาขึ้นทะเบียนจำนวนมาก เป็นจำนวนเป็นล้านๆ คนก็ยังไม่พอ เพราะเราคนไทยก็ผันไปทำอาชีพอื่น ในงานบริการ การท่องเที่ยว อะไรต่างๆ แล้วก็งานที่ไม่ใช้แรงงาน เพราะเราก็จำเป็นต้องจัดระบบ คัดแยกประเภทแรงงานต่างๆ และเตรียมการนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาเพิ่มเติม แต่ต้องควบคุมให้ได้ด้วยกฎหมาย ด้วยการจดทะเบียนต่างๆ ให้เรียบร้อย ไม่ให้เป็นปัญหา

สำหรับการพัฒนาฝีมือแรงงานก็เป็นเรื่องสำคัญ ให้นโยบายไปกับกระทรวงศึกษา อาชีวะให้แสวงหาความร่วมมือทวิภาคี กับบริษัทต่างๆ ในประเทศ เพื่อจะฝึกคนเหล่านั้นให้นอกจากจะเป็นแรงงานที่มีฝีมือแล้ว ยังสามารถที่จะทำหน้าที่เป็นหัวหน้างานได้อีกด้วย เราก็พยายามที่จะให้ทุกคนที่มาทำงานในประเทศไทย มาลงทุนต่างๆ นั้นให้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเรา ให้เขาจัดตั้งคนของเราเป็นหัวหน้าบ้างอะไรเหล่านี้ ติดขัดอยู่ 3 - 4 ประการ เรื่องความรู้ความสามารถ เรื่องการเรียนรู้ การศึกษาของเรายังมีปัญหาอยู่บ้าง แล้วก็ในเรื่องของภาษา เหล่านี้ต้องเร่งพัฒนาภายในปีนี้ให้ได้ ไม่งันมันก็ไปไม่ได้เหมือนเดิม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยเรา็มีชาวไทยภูเขาอยู่มาก ซึ่งไม่มีงานทำ ก็อาจจะต้องมาพิจารณาเอามาใช้ในเรื่องของการสมัครเป็นแรงงาน แล้วก็พัฒนาฝีมือ เพราะว่าเขาก็อยู่ในประเทศไทย มีจิตสำนึกของความเป็นไทย ก็ต้องมีบัตรอนุญาตต่างๆ ขึ้นทะเบียนกันให้เรียบร้อย แล้วก็ควบคุมกันให้ได้ แล้ก็จะได้ไม่ไปบุกรุกป่าในการทำที่ทำกินตามแนวทาง หรือว่าตามวัฒนธรรมของเขาอีกต่อไป ก็ไม่ได้เป็นการบังคับ ก็เป็นการสมัครใจ ก็อยากจะให้เป็นแรงงานทีดี มาช่วยประทศไทย วันหน้าจะได้เรียบร้อยซะทีหนึ่ง จะได้ลดปัญหาเรื่องการขาดแคลน แรงงานได้อีกทางหนึ่ง อย่างรวดเร็ว

ในเรื่องสิทธิมนุษยชน การแก้ปัญหาค้ามนุษย์ แล้วก็ประมง IUU รัฐบาลให้ความสำคัญต่อปัญหานี้มากเลย เพราะว่ามีกำหนดเวลาที่ชัดเจน เพราะเราต้องชี้แจงเขาให้ได้แล้วก็ดำเนินการ ผลงานที่มีความก้าวหน้าให้เขาได้อย่างเป็นรูปธรรม การค้ามนุษย์และปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง เราได้มีการหารือแบบทวิภาคี เพื่อเร่งปรับปรุงบันทึกความเข้าใจด้านแรงงานกับประเทศเพื่อนบ้าน 3 ประเทศ ลาว เมียนมาร์ กัมพูชา วันนี้ก็ต้องขยายไปเวียดนามด้วย แล้วก็เตรียมแผนระยะต่อไปด้วย จะมีการขยายขอบเขตความร่วมมือใน 4 ประเด็นคือ 1) ความร่วมมือด้านวิชาแรงงานของประเทศต่างๆ ในกลุ่ม ซีแอลเอ็มวี กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม และไทย อันที่ 2 คือมาตรฐานฝีมือแรงงาน อันที่ 3 การนำเข้าและส่งออกแรงงาน อันที่ 4 คือความร่วมมืออื่นๆ ซึ่งหลังจากการหารือแล้ว ก็จะเป็นการเจรจาเป็นรายประเทศ คาดว่าจะสามารถเริ่มต้นได้ในเดือนมีนาคมนี้

"สำหรับในเรื่องของแรงงาน หรือการค้ามนุษย์นี่ สิ่งสำคัญที่ต่างประเทศเขาดูอยู่ก็คือว่า “การดูแลเหยื่อ” นะครับ “เหยื่อ” ก็คือผู้ที่ถูกหลอกลวงมาทำงาน ไม่ว่าจะบนบก หรือทางน้ำ ในเรือประมงก็ตามนี่ เราต้องดูแลเหยื่อด้วย ว่าหลังจากนั้นแล้ว เราเยียวยาเขาไหม ดูแลเข้าอย่างไร แล้วก็เรื่องสื่อนะครับ ทั้งสื่อไทย สื่อต่างประเทศ ก็ต้องทำความเข้าใจกัน เพราะส่วนใหญ่แล้ว สื่อก็มักจะไปสอบถามจากเหยื่อ จากผู้เสียหาย ซึ่งบางครั้งก็ไม่เข้าใจกัน วันนี้ผมได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศนะครับ ให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นพิเศษ แต่ในเรื่องการแก้ปัญหาทั้งระบบนั้น เรามีคณะทำงานเรื่องนี้อยู่แล้วนะครับ โดยผมเป็นประธานเอง แล้วมีอนุหลายคณะด้วยกัน แล้วเราก็มีความก้าวหน้ารายงานมายังกรระหว่างประเทศไปแล้วส่วนหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ " นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาแรงงานประมงของไทย ก็มีความคืบหน้าว่า วันนี้ เราจดทะเบียนเรือประมงได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 50,000 ลำ ออกใบอนุญาตทำประมงแล้วประมาณ 25,000 ลำ วันนี้ที่ยังชักช้าอยู่บ้างนี่เพราะว่ามาตรฐานยังไม่ได้ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ประกอบการประมงอยู่แล้ว ทำยังไงล่ะครับ ทำยังไงจะเข้ากฎเข้าระเบียบได้ ไม่งั้นเราผ่อนผันไปเรื่อยๆ เราก็จะถูกเขาจับกุมแล้วก็กฎหมายระหว่างประเทศมันก็แรง แต่ละประเทศเขาก็ดูแลทรัพยากรของเขาอยู่ ท่านต้องเข้าใจตรงนี้ ถึงเราจะผ่อนผันไปอย่างไรก็ตาม ท่านก็ถูกดำเนินการจับกุม แล้วก็ถูกทำลายเรืออะไรอย่างที่ผ่านมา ก็ไม่น่าจะดีนะ 

"วันนี้เราได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการควบคุมการเฝ้าระวังการทำประมงไปแล้วกว่า 20 แห่ง เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายประมง วันนี้สามารถจับผู้กระทำความผิดได้ 176 คดี มีผู้ต้องหา 878 ราย และรัฐบาลได้ดำเนินการจัดทำระบบติดตามเรือหรือวีเอ็มเอสให้กับเรือประมงขนาด 60 ตันกรอสขึ้นไป โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมนะครับขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการด้วย ในส่วนปัญหาของการทำประมงในน่านน้ำอินโดนีเซียนะครับ ประเทศเพื่อนบ้านเราเอง กรมประมงจะได้มีการหารือร่วมกับทางการอินโดนีเซียอีกครั้งหนึ่งถึงแนวทางการลงทุนร่วมกัน ที่จะทำการประมง ซึ่งจะครอบคลุมถึงการหารือว่าข้อห้ามต่างๆของอินโดนิเซียจะสามารถยืดเวลาออกไปได้หรือไม่เพื่อให้ไทยมีเวลาจัดระเบียบและปรับปรุงการประมงของเราให้เป็นไปตามข้อบังคับใหม่ของทางอินโดนิเซีย ทุกประเทศเขาปรับหมดนะ มีของเรานี่ ซึ่งไม่ค่อยจะร่วมมือกันเท่าไร ในช่วงที่ผ่านมา วันนี้ขอบคุณ ดีใจที่ส่วนใหญ่เข้าใจ แล้วร่วมมือกับเราทุกอย่างเลยทำให้มันเร็วขึ้น"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว