วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบพ่อตาลูกเขยขโมยแหลก! ของกลางเต็มบ้าน

ตร.รวบพ่อตาลูกเขย ขโมยทุกอย่างที่ขวางหน้า นับตั้งแต่รถยนต์ ยันรถเด็กเล่น พร้อมของกลางเต็มบ้าน

พันตำรวจโท กนกพันธ์ พงษ์จรณบูรณ์ รองผู้กำกับ, ร้อยตำรวจตรี เนติวุฒิ ทับทิมไสย์ ร้อยเวร และ พันตำรวจโท สมใจ กล้วยนิจ, พันตำรวจตรี อธิวัฒน์ อาระชัย สารเวร เจ้าของคดีเก่า ร่วมกับนำตัว นายปรีดี หรือ ติ๊ก ทองวิเศษ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 หมู่ที่ 4 ตำบลเสื่องข้าว อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ และนายลิขิต หรือ แจะ สมอินทร์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ที่ 10 ตำบลกระหวัน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ 2 ผู้ต้องหาคดีร่วมกันลักทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะ และทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ ฝากขังที่เรือนจำกันทรลักษ์ ภ่ายหลังจากสอบเค็นจนรับสารภาพสิ้น และยังมีคดีหนีหมายประกันตัวที่ศาลเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ข้อหายาเสพติด อีก 1 คดี

จากเมื่อวันที่ (25 ก.พ.58) นายสำรวญ สุทธิภักดี ผู้ใหญ่บ้านโนนแก หมู่ที่ 5 ตำบลศรีโนนงาม อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ ได้พบเห็นนายปรีดี และนายลิขิต ขับรถยนต์เก๋งวนเวียนอยู่ในเขตอำเภอศรีรัตนะ ภายหลังจากที่ได้รับแจ้งว่าเป็นหัวขโมยตัวยง เจ้าหน้าที่ชุดสืบจึงได้สะกดรอยตามไปที่บ้านเช่า เลขที่ 171/2 หมู่ที่ 2 ตำบลโนนสูง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ พบเห็นกำลังช่วยขนทรัพย์สินที่ลักขโมยมาได้จำนวนมากลงจากรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า แอ๊คคอร์ด สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กง 1639 ศรีสะเกษ และรถยนต์กระบะ อีซุซุ ดีแม็ค สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน บต.1546 ศรีสะเกษ จึงบุกเข้าไปสอบถาม 2 ผู้หาพยายามที่จะวิ่งเพื่อหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้ตะครุบตัวได้นำตัวมาสอบสวน ช่วงแรกให้การปฎิเสธ พร้อมกล่าวหาเจ้าหน้าที่จับมาทำไม สุดท้ายยอมเปิดปาก เป็นหัวขโมย

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบยึดทรัพย์สินได้ทั้งหมด กว่า 32 รายการ ประกอบด้วย  รถยนต์กระบะ 1 คัน รถยนต์เก๋ง 1 คัน, ถังแก็ส, ทีวี, ลำโพง, พัดลม, รถเด็กเล่นคันเล็กๆ, เครื่องขยายเสียง, เลื่อยโซ่ยนต์, เครื่องเป่าผม, กล่องจานดาวเทียม, เครื่องเล่นซีดี, คอมพิวเตอร์ พร้อมจอ, รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า, เปลนอนหวาย, สายยางรดน้ำ, รถจักรยาน, เครื่องปั่นไฟกระสอบข้าวเปลือกพันธ์ หอมมะลิ105 จำนวน 30 กระสอบ และ อื่นๆ ทั้งหมด 2 ผู้ต้องหาแทบจำไม่ได้ว่าขโมยมาจากที่ไหนบ้าง โดยรับสารภาพว่า ตระเวนขึ้นบ้านขโมยของในเขตอำเภอไพรบึง, ขุนหาญ, กันทรลักษ์ และศรีรัตนะ มานานกว่า 4 ปีแล้ว เรียกได้ว่าขึ้นบ้านไหน หากขนได้จะขนเอาทุกอย่างมากองรวมไว้ที่บ้านเช่า และทยอยนำออกขายไปตามตลาดเร่ไปเรื่อยๆ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวทั้งพ่อตา และลุกเขยมาเรื่อย

เจ้าของทรัพย์ที่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับผู้ต้องหาได้ เดินทางมาดูตัว อยากเห็นกะตาว่าเป็นใครถึงเก่งจัง และตามมาขอรับทรัพย์สินกลับคืนบ้านตน เมื่อพบเห็นจึงเข้าใจว่า พ่อตา ลูกเขยคู่นี้เหมาะกันมาก นับตั้งแต่มาเป็นพ่อตาลูกเขยกัน ก็หายออกจากหมู่บ้านไป จะโผล่มาก็ชั่วคราวแล้วก็หายไป ไม่รู้มีอาชีพอะไร จนมารู้ในวันนี้เอง ขอบคุณตำรวจจากนี้หมู่บ้านคงจะไม่มีอะไรหายอีกนาน