กทม.รอคำสั่ง "ประยุทธ์" ปรับคลองผดุงฯ ใช้สัญจร แนะเหมาะใช้ท่องเที่ยว-ระบายน้ำลงเจ้าพระยา หวั่นคลื่นเรือกระแทกตลิ่ง
นายอดิศักดิ์ ขันตี รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดให้กทม.ปรับปรุงคลองผดุงกรุงเกษมให้เป็นเส้นทางสัญจรทางเรือ ว่า ลักษณะทางกายภาพของคลองผดุงกรุงเกษมสามารถจัดทำเป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำเพื่อการท่องเที่ยวได้ เนื่องจากเป็นคลองอนุรักษ์ที่มีประวัติศาสตร์อยู่คู่กรุงเทพฯมานาน ได้ขุดขึ้นมาในสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดให้ขุดขึ้นเพื่อขยายพระนครให้กว้างขวางออกไป เป็นปราการป้องกันพระนครชั้นนอกอีกชั้นหนึ่ง และมีเส้นทางผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่งในกรุงเทพฯ จึงเหมาะสมให้นักท่องเที่ยวได้ล่องเรือเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและอดีตของกรุงเทพฯ
นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ หากจะให้เป็นเส้นทางสัญจรเชิงพาณิชย์เหมือนคลองแสนแสบและคลองภาษีเจริญอาจไม่เหมาะสม เนื่องจากริมตลิ่งทั้งสองฝั่งได้ปรับปรุงให้มีความสวยงาม ไม่สามารถทนแรงกระแทกของคลื่นที่มาจากการวิ่งของเรือได้ อีกทั้งปัจจุบันคลองได้ถูกใช้งานให้เป็นทางระบายน้ำไปลงเจ้าพระยาเท่านั้น อย่างไรก็ตามขณะนี้เป็นเพียงการสั่งการจากนายกฯ อย่างไม่เป็นทางการ แต่หากมีการสั่งการอย่างเป็นการ กทม.พร้อมดำเนินการทันที โดยจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักการระบายน้ำ สำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว และสำนักงานเขตต่อไป
ส่วนกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการให้กทม.จัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำแม่น้ำลำคลองในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ โดยจะดำเนินการคลองสายหลัก 9 สายที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ประกอยด้วย คลองเปรมประชากร คลองบางเขน คลองลาดพร้าว คลองสามวา คลองลาดบัวขาว คลองพระยาราชมนตรี คลองบางซื่อ คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองพระโขนง นานอดิศักดิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กทม.ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด อาทิ กรมเจ้าท่า กรมที่ดิน กรมธนารักษ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีความคืบหน้าข้อมูลที่กทม.ได้ให้สำนักงานเขตทำการสำรวจจำนวนบ้านเรือนที่รุกล้ำเท่านั้น แต่ยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องอื่นแต่อย่างใด
นายอดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หากจะมีการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำคลอง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะต้องจัดหาที่อยู่อาศัยรองรับประชาชนก่อน จึงสามารถไล่รื้อเพื่อขอคืนพื้นที่จากผู้รุกล้ำได้ แต่การที่รัฐบาลให้ความสำคัญก็จะทำให้การดำเนินงานสำเร็จเร็วขึ้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังมีเรื่องที่ต้องหารือในเรื่องอำนาจการไล่รื้อว่า ควรเป็นหน่วยงานใด ซึ่งตามกฎหมายแล้วให้อำนาจกรมเจ้าท่า แต่กรมเจ้าท่าก็ได้มอบหมายให้อำนาจท้องถิ่น เป็นสำนักงานเขตดำเนินการ แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ขณะนี้ยังไม่มีการมอบหมายอย่างเป็นทางการ อีกทั้งยังไม่มีการจัดหาที่อยู่อาศัยรองรับ จึงทำให้งานไม่มีความคืบหน้า อย่างไรก็ตาม กทม.จะมีการเริ่มนำร่องที่คลองลาดพร้าว ซึ่งตลอดแนวคลองตั้งแต่พื้นที่เขตดอนเมืองมาถึงพระราม 9 ระยะทางประมาณ 23 กิโลเมตร มีผู้รุกล้ำกว่า 200 หลังคาเรือน
“จะมีการหารือถึงแผนดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะการจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่ให้ได้ก่อน ทั้งนี้จากการสำรวจคลองหลักทั้ง 9สาย มีผู้รุกล้ำกว่า 10,000 ครัวเรือน และกทม. ได้ส่งข้อมูลไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหาแล้ว”รองปลัดกทม. กล่าว





