อนุญาโตตุลาการสั่ง"บริษัทสไตเออร์"จ่ายเงิน 800 ล้าน แลกกทม.รับรถ-เรือดับเพลิง จี้ยึดทรัพย์เครือข่ายทุจริต
รายงานข่าวระดับสูงจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) แจ้งว่า กรณีคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศได้ส่งผลการวินิจฉัยรการเจรจาไกล่เกลี่ยคดีจัดซื้อรถและเรือ จำนวน 315 คัน และเรือดับเพลิง จำนวน 30 ลำ พร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย มูลค่า 6,687 ล้านบาท ระหว่าง กทม.และบริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเชียล ฟาห์รซอยก์ จํากัด ประเทศออสเตรีย มาให้กทม.ก่อนหน้านี้นั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการแปลเอกสารคำตัดสิน โดยเบื้องต้นคณะอนุญาโตตุลาการมีความเห็นประกอบด้วย ให้กทม.รับรถและเรือพร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ขณะเดียวกันขอให้บริษัท สไตเออร์ฯ จ่ายเงินให้กทม. 20.5 ล้านยูโร หรือประมาณ 800 ล้านบาท รวมถึงจ่ายเป็นเงินค่าซ่อมแซมต่างหากอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งกทม.ได้รับการประสานจากจากบริษัทสไตเออร์ฯ เพื่อโอนเงินจากการตัดสินคดีของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ซึ่งกทม.ได้แจ้งหมายเลขบัญชีของกทม.ที่เปิดไว้
รายงานข่าวเเจ้งด้วยว่า ขณะเดียวกันพล.ต.อ.อัศวินขวัญเมือง รองผู้ว่าฯกทม. จะเดินทางไปขอข้อมูลและคำแนะนำจากบริษัทผู้เชี่ยวชาญกรณีการซ่อมแซมรถและเรือดับเพลิง ที่ประเทศเยอรมันช่วงวันที่ 20-27 ก.พ.นี้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจากในสำนวนที่ถูกส่งมาค่อนข้างจะสลับซับซ้อนอย่างมาก และอยู่ระหว่างการแปลเอกสารให้สมบูรณ์ จากนั้นม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัทธ์ ผู้ว่าฯกทม.จะแถลงรายละเอียดต่างๆด้วยตัวเองอย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน เพราะส่วนหนึ่งของคำพิพากษาได้ระบุไว้ว่าในการยุติคดีหากฝ่ายใดจะแถลงอะไรขอให้ผ่านการตรวจสอบจากอีกฝ่ายหนึ่งก่อน แต่กทม.อยากให้มีความคืบหน้าภายในสิ้นเดือนก.พ.นี้ ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าดีที่สุดในกระบวนการที่กทม.ต่อสู้มาทั้งหมด เพราะหากม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ไม่ดำเนินการเรื่องนี้ ก็จะผิดคำสั่งของคณะป้องกันเเละปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) เงินส่วนนี้ก็จะไม่ได้คืน และไม่มีความชัดเจนจากปัญหาที่คาราคาซัง
"คดีก็ดูไม่ได้แพ้ และไม่ได้ชนะ แต่นอกเหนือจากผลคดีที่ตัดสินออกมา อยากให้มีการตรวจสอบความเป็นมาของโครงการ โดยเฉพาะการโอนภารกิจตำรวจดับเพลิงมาอยู่ในสังกัดของกทม. ว่าในขณะนั้นมีการศึกษาข้อมูลเพื่อตั้งเรื่องโครงการนี้หรือไม่ และอยากให้มีการยึดทรัพย์กับผู้ที่มีความผิดจากคำพิพากษาในประเทศด้วย ส่วนหากจะมองว่าเรื่องนี้คุ้มหรือไม่ที่กทม.ได้รับ ก็ไม่มีคดีไหนที่เป็นเรื่องคุ้ม แต่ถือว่าเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับทุกรัฐบาล" รายงานข่าวระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงมูลค่า 6,687 ล้านบาท ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้นำเรื่องดังกล่าวยื่นฟ้องบริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเชียล ฟาห์รซอยก์ จํากัด ต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเพิกถอนสัญญาซื้อขายรถและเรือดับเพลิง และเรียกเงินที่จ่ายไปคืนทั้งหมด เนื่องจากเห็นว่าการทำสัญญาจัดซื้อมีการทุจริต เป็นการกีดกันทางการค้าและการเสนอราคาอย่างไม่เป็นธรรม โดยยื่นฟ้องคดีไปตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งได้ดำเนินการเจรจาตามขั้นตอนของอนุญาโตตุลาการฯมาเป็นเวลา 5 ปี





