เกาะติดคดี! ผู้บริหาร"สจล."ถกกองปราบฯล่า "กิติศักดิ์" ผู้ร้ายข้ามแดน คดียักยอกเงินพันกว่าล้าน
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) - เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 ศาสตราจารย์ ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการแทนอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. รองศาสตราจารย์ ดร.จำรูญ เล้าสินวัฒนา รักษาการแทนรองอธิการบดี และนางวรวรรณ สุวรรณกูฎ ผอ.ส่วนนิติการ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีลักเงินคงคลังสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จำนวน 1,474 ล้านบาท
รองศาสตราจารย์ ดร.จำรูญ กล่าวว่า การเดินทางมาในวันนี้ มาในฐานะที่เป็นหัวหน้าคณะในการตรวจสอบบัญชีเงินของ สจล. ที่ได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัย ซึ่งจากการตรวจสอบมีความคืบหน้าเกือบ100% โดยเป็นการตรวจสอบเงินในบัญชีตั้งแต่ปี 2558 ย้อนกลับไปถึงปี 2551 คาดจะสามารถตรวจสอบแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่า มีเงินในบัญชีหายเพิ่ม โดยจะสรุปเรื่องส่งให้สภามหาวิทยาลัยได้ในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ในส่วนของสจล. จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เพื่อตรวจสอบเฉพาะบุคคลภายในสถาบัน ว่าใครบ้างที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักเงินดังกล่าว โดยจะใช้เวลาในการแต่งตั้งภายใน45วัน
ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการแทนอธิการบดี สจล. กล่าวว่า วันนี้มาเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ในฐานะตัวแทน สจล.ผู้เสียหาย เพื่อลงลายมือชื่อในเอกสารกำกับยืนยันว่า นายกิติศักดิ์ มัทธุจัด เป็นผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากเป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่ยังหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ.
ด้าน พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติม ส่วนบุุคคลที่ถูกเรียกว่า "บอส" ตนไม่เคยได้ยินเรื่องดังกล่าว ไม่ทราบว่าไปได้ข่าวมาจากไหน วันนี้ได้เราเชิญฝ่ายนิติกรของสถาบัน มาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อดูว่าจะมีการออกหมายเรียกใครเพิ่มเติมอีก นอกจากนี้เรายังได้ประสานไปยังธนาคารที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งในตอนแรกเราได้มาครบส่วนหนึ่งแล้ว แต่ตอนนี้เราเห็นว่ามีเอกสารที่ต้องขอเพิ่มเติม ก็มีการทำเรื่องประสานไปเพื่อนำมาเสริมสำนวนให้ชัดเจนขึ้น
พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวอีกว่า ส่วนผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อบุคคลที่มีอำนาจลงนามนั้น ขณะนี้เรากำลังรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานอยู่ เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญในการยืนยันว่ามีใครร่วมกระทำความผิดอีกบ้าง ซึ่งหากผลตรวจมีการยืนยันถึงตัวบุคคลนั้น ก็จะทำการออกหมายจับ ซึ่งเราได้เร่งรัดทาง พฐ.ไปแล้ว เราอยากให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะตอบสังคมให้ได้โดยเร็ว ส่วนสำนวนคดีต่างๆตนได้เร่งรัดไปแล้ว ซึ่งแยกออกเป็น 5 คดี คาดว่าคดีที่ 1 จะเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนนี้




