วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ.ยันคนไร้สถานะไม่ใช่ไร้สิทธิรักษา

สธ.ยันคนไร้สถานะไม่ใช่ไร้สิทธิรักษา แจงชงตัวเลขคืนสิทธิเข้าครม.ตามข้อมูลสถานะชัดเจน ระบุอีก 3.8 หมื่นคนเสนอเพิ่มเติมไม่ยาก

รอตัวเลขพิสูจน์สถานะจากสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ผอ.รพ.อุ้มผางขอให้อดทน รอหารือ 23 ก.พ.ก่อน

จากกรณี 37 องค์กรด้านสาธารณสุขและเครือข่ายแพทย์ตามแนวชายแดน เตรียมเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอความเห็นใจในการปรับแก้ตัวเลขการช่วยเหลือบุคคลที่มีปัญหาทางสถานะและสิทธิที่ยังตกค้างอยู่เพื่อขอเพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้ ซึ่งคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2553ให้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ตั้งกองทุนให้สิทธิ(คืนสิทธิ)ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขแก่บุคคลกลุ่มนี้ จำนวน 457,409 คน โดยกลุ่มที่ตกค้าง ทางสธ. มีข้อสรุปว่าจะเสนอเข้าครม.พิจารณาเพิ่มเติม แต่เป็นตัวเลข 170,535 คนเท่านั้น ซึ่งขัดกับตัวเลขจริงจำนวน 208,631คน แสดงว่าตัวเลขหายไปถึง 38,096 คน ทำให้คนกลุ่มนี้ถูกลอยแพไร้สิทธิการรักษา

ล่าสุด วันนี้ นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า สำหรับตัวเลข170,535 คนนั้น แบ่งเป็นกลุ่มรอพิสูจน์สถานะ 150,000 คน อีกกว่า 2 หมื่นคน เป็นกลุ่มลูกหลานของคนรอพิสูจน์สถานะที่พิสูจน์แล้ว ส่วนตัวเลขที่ทางองค์กรด้านสาธารณสุขเสนอมานั้น จำเป็นต้องมีการพิสูจน์สถานะให้ชัดเจน ซึ่งตัวเลขนี้ได้เสนอต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. แต่หากมีการปรับแก้อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการประชุมของฝ่ายนโยบาย

“กลุ่มคนที่มีปัญหาสถานะและสิทธินั้น ที่ผ่านมาโรงพยาบาลต่างๆในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สป.สธ.) โดยเฉพาะในโรงพยาบาลตามแนวชายแดนต่างๆ ล้วนให้บริการแก่คนทุกกลุ่ม ไม่เลือกว่าต้องเป็นคนไทยหรือไม่ เพราะเราให้บริการตามหลักสิทธิมนุษยชน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หากต้องมีการเสนอเพิ่มเติม ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะหากตัวเลขชัดเจนทั้งจากสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ก็สามารถเสนอต่อครม.พิจารณาได้เช่นกัน” นพ.วชิระ กล่าว

ต่อข้อถามกลุ่มนี้ไม่พอใจ โดยระบุว่าได้หารือกับนพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมช.สธ.) แต่กลับไม่เป็นผล และเตรียมร้องนายกรัฐมนตรี นพ.วชิระ กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับทาง นพ.สมศักดิ์ เช่นกัน เนื่องจากต้องมาพิจารณาว่าตัวเลขที่ไม่ตรงกันเพราะอะไร เนื่องจากตัวเลขที่เหลือต้องรอการพิสูจน์สถานะให้ชัดเจนก่อนหรือไม่

ด้านนพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก และอดีตแพทย์ชนบทดีเด่น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า อยากให้ใจเย็นๆกัน เพราะในการประชุมเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นพ.สมศักดิ์ ได้เรียกผู้ที่ทำงานด้านนี้มาคุยกัน โดยในที่ประชุมมีการเสนอตัวเลขบุคคลรอพิสูจน์สถานะที่จะขอเข้าครม. โดยตัวเลขเดิมอยู่ที่170,535 คน แต่ทางเครือข่ายชนเผ่าฯ แจ้งว่ามีตัวเลขที่ 208,631 คน ซึ่งตรงนี้รมช.สธ. บอกว่า ตัวเลขไม่นิ่ง ขอให้ไปทำตัวเลขให้ชัดเจนก่อนดีกว่าหรือไม่ เพื่อป้องกันการตกหล่น คือ ตัวเลขไหนไม่ชัดก็อย่าเพิ่งเสนอขอครม. และให้มีการประชุมหารือกันอีกครั้งในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ ช่วงบ่ายที่ สธ. ขอให้อดทนดีกว่า เพราะล่าสุดที่ตนสอบถามทางสำนักทะเบียนราษฎร์ กรมการปกครอง พบตัวเลขใหม่ล่าสุด คือ 273,000 คน ซึ่งอัพเทพสุดแล้ว


“ตัวเลขที่เพิ่มขึ้น 2.73 แสนคนนั้น เป็นคนไทยที่ตั้งถิ่นฐานอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน จริงๆคนกลุ่มนี้มีเป็นล้านๆคน ดังนั้น เรื่องนี้ขอให้ช้าๆได้พร้าเล่มงามดีกว่า โดยควรรอข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนจะเสนอครม. และเข้าใจว่ายังไม่ได้เสนอเร็วๆนี้ เพราะรมช.สธ.นัดประชุมอีกครั้งวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งผมก็เห็นด้วย รวมทั้งการผลักดันร่างยุทธศาสตร์จัดการปัญหาบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ ซึ่งอยากให้รัฐบาลสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุข จัดทำยุทธศาสตร์ เพื่อการทำงานระยะยาว สำหรับคนที่มีปัญหาสถานะและสิทธิทุกคนให้เข้าถึงการบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม ที่สำคัญหากมียุทธศาสตร์ ไทยจะกลายเป็นประเทศแรกของโลกที่มีการดูแลลักษณะนี้ และขอย้ำว่าผมคงไม่ไปร้องนายกรัฐมนตรี เพราะไม่ได้อยู่ในเครือข่ายแพทย์ตามแนวชาแดนเรื่องนี้ เช่น จ.ตากก็ไม่มีใครไปร่วม ” นพ.วรวิทย์ กล่าว