ตชด.ก่อคดีสลด หึงโหดงคว้าเอ็ม16 กราดยิงเมียดับในบ้านพัก ลูกสาววัย19 โดนคมกระสุนเจ็บสาหัส ลูกชายวัย16รอดตายหวุดหวิด
เมื่อเวลา 00.30 น.ของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.ศักดิ์สรณ์ แยงทิพย์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองเก่า อ.เมือง สุโขทัย ได้รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตและบาดเจ็บที่บ้านพัก ตชด.ค่ายรามคำแหงมหาราช กองกำกับการ 6 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน (ผกก.6 บก.กฝ.บช.ตชด.ค่ายรามคำแหงมหาราช) ต.เมืองเก่า อ.เมือง สุโขทัย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปยังที่เกิดเหตุ พ.ต.อ.ภพ มันเชษฐ ผกก.สภ.เมืองเก่า พ.ต.อ.นพเกล้า โกกิละว่าที ผกก.6 บก.กฝ.บช.ตชด. ค่ายรามคำแหงมหาราช
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักของข้าราชการ ตชด.ค่ายรามคำแหงมหาราช สภาพเป็นห้องแถวเรียงกัน ขณะที่ด้านหน้าห้องที่เกิดเหตุมีป้ายชื่อสี่เหลี่ยมผืนผ้าตัวอักษรสีขาวพื้นสีเลือดหมูระบุเป็นบ้านพักของ ด.ต.สุนทร กาโต่ง ผบ.หมู่ ร้อย 1 กก.6 บก.กฝ.บก.ตชด. เมื่อเปิดประตูทางเข้าบ้านพักหลังเกิดเหตุซึ่งเป็นห้องนอนมีเบาะนวมปูนอนพร้อมเครื่องนอน 2 ชุด บริเวณระหว่างที่นอนทั้งสองชุดพบศพหญิงสาวนอนเสียชีวิตคาที่ทราบชื่อคือ นางราตรี กาโต่ง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 147/46 หมู่ที่ 4 ต.เมืองเก่า อ.เมือง สุโขทัย สภาพศพนอนตะแคงคว่ำหน้าสวมใสเสื้อแขนยาวสีเขียว กางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน เอ็ม16 เข้าที่ราวนมด้านซ้ายกระสุนตัดขั้วหัวใจ และกระสุนปืนยังได้ทะลุออกที่แขนข้างซ้าย
นอกจากนี้ ยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทราบชื่อ คือ น.ส.สุนทรีรัตน์ กาโต่ง อายุ 19 ปี ถูกด้วยอาวุธปืน เอ็ม16 เช่นเดียวกันเข้าที่หน้าอกด้านซ้ายและมือซ้าย ซึ่งเพื่อนบ้านรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสุโขทัยไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งทางโรงพยาบาลสุโขทัยต้องนำตัวส่งไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก เนื่องจากมีอาการสาหัสและเสียเลือดมาก ขณะเดียวกันนายภานุสรณ์ กาโต่ง อายุ 16 ปี ลูกชายแท้ๆ ของ ตชด.ผู้ก่อเหตุ โชคดีที่สามารถหลบรอดจากคมกระสุนปืนด้วยการกระโดดหนีออกทางหลังบ้าน พร้อมกับพาพี่สาวที่ถูกยิงวิ่งหนีไปด้วยกันโดยมีเลือดไหลนองและหยดกระจายไปทั่วบริเวณห้องครัวด้านหลังบ้าน จนกระทั่งเพื่อนบ้านช่วยนำตัว น.ส สุนทรีรัตน์ ส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุโขทัยดังกล่าว
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ด.ต.สุนทร กาโต่ง อายุ 53 ปี เป็นผู้ก่อเหตุกำลังเข้ารับการอบรมนายตำรวจที่กองกำกับการ 7 กองบังคับการฝึกพิเศษ ตำรวจตระเวนชายแดน จ.เพชรบุรี แต่ลาพักกลับมาบ้าน จนช่วงเย็นของวันที่ 14 ก.พ. ด.ต.สุนทร ได้นั่งดื่มเหล้ากับเพื่อน ตชด.ที่หน้าบ้าน ภรรยาและบุตรสาวได้ออกไปซื้อหาของในตลาด เมื่อกลับมาบ้านมีการโต้เถียงกันในเรื่องของความหึงหวง จากนั้น ด.ต.สุนทร เกิดอาการโมโหจึงขับรถจักรยานยนต์ออกจากวงเหล้าไปตั้งแต่เวลา 19.00 น.ของวันที่ 14 ก.พ.และกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้งในช่วงเวลา 00.30 น.ของวันที่ 15 ก.พ.และ ได้มาเคาะประตูบ้าน เรียกให้ภรรยาเปิดประตู
เมื่อนางราตรี มาเปิดประตู ด.ต.สุนทร ใช้เท้าถีบประตูบ้าน พร้อมกับกราดยิงปืน เอ็ม16 ใส่ลูกและภรรยโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้นางราตรี เสียชีวิตทันที และน.ส.สุนทรีรัตน์ ลูกสาวถูกยิงเข้าที่หน้าอก รวมทั้งมือซ้าย และนายภานุสรณ์ ลูกชาย ได้โดดหนีออกทางหลังบ้านและได้พาพี่สาวหลบหนีมาด้วย และหลังจากที่ ด.ต.สุนทร ได้ก่อเหตุยิงลูกและภรรยา แล้วก็ได้นำปืน เอ็ม 16 ไปเก็บที่ห้องทำงาน เนื่องจากเป็นปืนที่เบิกออกมาใช้ส่วนตัว และเป็นจังหวะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาพอดี จึงได้เข้ามอบตัวและพาเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูศพภรรยาที่นอนเสียชีวิตในบ้านพัก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 ซึ่งเป็นปืนของทางราชการ และนำศพนางราตรี ไปทำการผ่าพิสูจน์อีกครั้งที่โรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก
ต่อมาเมื่อเวลา 09.30 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.นพเกล้า โกกิละว่าที ผกก 6 บก.กฝ.บช.ตชด.ค่ายรามคำแหงมหาราช พ.ต.อ.ภพ มันเชษฐ ผกก.สภ.เมืองเก่า พ.ต.ท.วิเชียร แสงพิทักษ์ รอง.ผกก.ปราบปราม สภ.เมืองเก่า และ พ.ต.ท.ศักดิ์สรณ์ แยงทิทย์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองเก่า และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองเก่า ได้นำตัว ด.ต.สุนทร ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพยังบ้านพักตำรวจตระเวรชายแดน ภายในค่ายรามคำแหงมหาราช
ทั้งนี้ ในขั้นการทำแผนได้ทำจุดแรกที่ไปนำปืน เอ็ม 16 ที่ทำงาน และ มาเคาะประตูเรียกภรรยาให้เปิด พร้อมกับใช้เท้าถีบประตูและใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิงภรรยาและลูกที่อยู่ในบ้าน ซึ่งได้รับความสนใจจากเพื่อนข้าราชการตำรวจ และครอบครัว โดยมีการวิพาษณ์วิจารณ์กันต่างๆ นานามากมาย บางคนก็ว่าไม่น่าจะลงมือด้วยความรุนแรงกันถึงกับต้องฆ่าลูกและภรรยาและการทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จากนั้นได้นำตัว ด.ต สุนทร มาทำการสอบสวนรายละเอียดยัง สภ.เมืองเก่า ซึ่งก็ได้ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ด.ต สุนทร ผู้ก่อเหตุได้กล่าวว่า การกระทำครั้งเป็นเพราะอาการเมาบวกกับความในใจที่มีต่อภรรยามาโดยตลอดว่าเขาคิดที่จะนอกใจและไหน ๆ เขาก็เสียชีวิตไปแล้ว ตนขอจะไม่กล่าวถึง แต่อยากจะฝากกับทุกคนหากติดใจหรือมีปัญหาครอบครัวควรที่จะหันหน้าพูดคุยกันจะดีกว่าการใช้ความรุนแรงแบบตนที่ได้กระทำลงไป





