วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วธ.แก้ปัญหาอุตสาหกรรมหนังต้องทำตามกม.

ปลัดวธ.ชี้แก้ปัญหาอุตสาหกรรมหนัง จนท.ต้องปฎิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ด้านผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมาย เปิดให้มีสิทธิ์อุทธรณ์ได้

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวเปิดงานประชุมสัมมนาการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ พ.ศ. 2551 ว่า ในระยะ 7 ปี ของการดำเนินงานตาม พ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติฯ วธ. หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ได้ดำเนินการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและวีดิทัศน์ในมิติต่างๆ แต่เนื่องจากสภาพสังคมและเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้า และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทำให้เนื้อหาที่กำหนดไว้ ตลอดจนแนวทางปฏิบัติต่างๆ ไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ไม่ทันสมัย ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 100 คน จึงมาระดมความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อให้เข้าใจปัญหาหรือผลกระทบที่เกิดขึ้นในการดำเนินงาน นำไปสู่ข้อสรุปที่ชัดเจน เพื่อไปพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศจำนวนมหาศาลในแต่ละปี ทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเข้าสู่อันดับ 1 ของอาเซียน


รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ได้พิจารณาประเด็นสำคัญต่างๆ 4 ข้อ ได้แก่ 1.การแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ. ภาพยนตร์ฯ 2.อนุบัญญัติที่เกี่ยวข้อง การอุทธรณ์ การจัดระดับความเหมาะสม (Rating) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ 3.การจัดสัดส่วนพื้นที่การให้บริการ (Zoning) ร้านเกม และ4.การปรับปรุงกฎหมายในประเด็นร้านคาราโอเกะ โดย วธ. จะนำข้อคิดเห็นและข้อสรุปจากการสัมมนาไปเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป


ด้านศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ปลัด วธ. กล่าวว่า ปัจจุบันการดำเนินงานตาม พ.ร.บ. ภาพยนตร์ฯ จำเป็นต้องปรับปรุงให้ทันต่อความเป็นไปในปัจจุบัน เช่น คำว่า ดิจิตัล ในแง่ของภาพยนตร์ต้องมีการบรรจุไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ จะต้องรับฟังผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการต้องเคารพในตัวบทกฎหมายด้วย เช่น ร้านคาราโอเกะ มีปัญหามาตลอด ซึ่งจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการเกิดความเข้าใจและประกอบอาชีพให้เป็นไปตามข้อกฎหมายอีกด้วย


“ที่ประชุมยังได้ให้ความคิดเห็นกรณีร้านเกมว่า ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีการกำกับดูแล คุ้มครอง และบริหารจัดการให้เป็นไปตามกฎหมาย ถ้าทำผิดก็จะมีโทษทั้งกรณีเด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด หรือเข้าไปบริการผิดเวลาเข้าไปใช้บริการ แต่สิ่งที่ดำเนินการไม่ใช่แค่กำกับหรือตรวจสอบ แต่ต้องให้ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการหรือเด็กเยาวชนเหล่านี้ด้วย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการตรวจตรา และส่งเสริมให้เป็นร้านเกมสีขาว แต่เมื่อมีการร้องเรียน ทางวัฒนธรรมจังหวัดก็ต้องเข้าไปตรวจสอบ เมื่อพบว่ากระทำผิดทางร้านก็มีสิทธิ์อุทธรณ์ จึงอยากให้ผู้ประกอบการเขียนตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หากไม่มีเจตนากระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์”ปลัดวธ. กล่าว