ภัยแล้งคุกคามนครราชสีมา ชาวบ้านต้องแย่งน้ำจากชลประทานใช้อุปโภคบริโภค เกิดการล็อกประตูน้ำ
ทำให้อีกหมู่บ้านไม่มีน้ำใช้เดือดร้อยร่วม 4 พันคน ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์ ขณะน้ำในเขื่อนภาคอีสาน 7 แห่ง เหลือไม่ถึงครึ่ง แต่ยังพอใช้ สกลนครลักลอบทำนาปรังเสียหาย 5 หมื่นไร่
ภาคอีสานหลายพื้นที่ประสบภัยแล้ง บางพื้นที่เริ่มมีปัญหาการแก่งแย่งน้ำกันเกิดขึ้น โดยที่เขื่อนระบายน้ำโพธิ์เตี้ย ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อวานนี้(6 ก.พ.) เวลา 11.00 น. นายเริงชัย ลันขุนทด หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง สำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ได้เชิญตัวแทนผู้ใช้น้ำภาคประชาชน ในเขตลำน้ำบริบูรณ์ ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาลำตะคอง ประกอบด้วย กลุ่มสหกรณ์โพธิ์เตี้ย ผู้นำชาวบ้านในเขต ต.หนองกระทุ่ม ต.หมื่นไวย อ.เมือง และชาวบ้าน สองฝั่งลำคลองธรรมชาติ มาชี้แจงทำความเข้าใจ พร้อมปรับทัศนคติความขัดแย้ง
กรณีมีการนำเครื่องพันธนาการไปปิดล็อกประตูอาคารอัดน้ำกลางคลอง บริเวณลำเหมืองหลวง ส่งผลให้ประปาหมู่บ้านหนองกระทุ่ม ไม่มีน้ำดิบมาผลิตน้ำประปาแจกจ่ายให้ประชาชนกว่า 4,000 คน ท่ามกลางบรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด เนื่องจากคู่กรณีระหว่างกลุ่มสหกรณ์ฯ กับผู้บริหารประปาหมู่บ้านฯ ต่างไม่มีท่าทียอมรับฟังความเห็นของแต่ละฝ่าย ต่างนำความเดือดร้อนของฝ่ายตนชูเป็นประเด็นที่ฝ่ายตรงข้ามต้องเห็นใจ
หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำฯ จึงนำข้อตกลงร่วมของคณะกรรมการจัดการน้ำเขื่อนลำตะคอง มาชี้แจงทำความเข้าใจ ซึ่งมีเนื้อหาระบุผลกระทบจากภัยแล้งซ้ำซาก ทำให้น้ำดิบในอ่างเก็บน้ำลำตะคอง เหลือน้ำดิบที่สามารถใช้การได้ 121 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 38% จากพื้นที่เก็บกักทั้งหมด 314 ล้านลบ.ม. จึงต้องสงวนน้ำใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค และรักษาระบบนิเวศน์เท่านั้น
ส่วนน้ำสำหรับเพื่อภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ไม่สามารถให้บริการได้ตามที่ร้องขอ แต่การใช้น้ำของกิจการสหกรณ์โพธิ์เตี้ย ซึ่งใช้ผลิตน้ำประปา 5 หมู่บ้าน ส่วนหนึ่งใช้ในภาคเกษตรกรรม ที่สำคัญการจัดสรรน้ำต้องแบ่งปันตามความเหมาะสม และเป็นไปตามข้อตกลงร่วม โดยไม่มีสิทธิปิดกั้นทางน้ำธรรมชาติ สำนักชลประทานที่ 8 จึงยุติความขัดแย้งให้เปิดประตูระบายน้ำตามปกติ
เขื่อนน้ำพุงเหลือ37%ใกล้วิกฤติ
ที่ จ.สกลนคร นายวีรศักดิ์ ศิริขันธ์ รักษาการผู้อำนวยการเขื่อนน้ำพุง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อ.ภูพาน จ.สกลนคร เปิดเผยว่า ความจุของน้ำมีเพียง 37% ของปริมาณเต็มความจุเขื่อน ที่สามารถกักเก็บน้ำได้ที่ 165 ล้าน ลบ.ม. ถือว่าใกล้วิกฤติอย่างมาก ซึ่งจะต้องรักษาน้ำเพื่อให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้า โดยในพื้นที่แห่งนี้จะไม่มีการแจกจ่ายน้ำ
ขณะที่ทางจังหวัดได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติ (ภัยแล้ง) ไปแล้ว 4 อำเภอ ประกอบไปด้วย อ.อากาศอำนวย วานรนิวาส พรรณานิคม และอ.สว่างแดนดิน ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลักลอบปลูกข้าวนาปรัง จนได้รับความเสียหายจากการขาดน้ำ เป็นเนื้อที่กว่า 50,000 ไร่
"ขอนแก่น"4อำเภอรอดภัยแล้ง
ที่ จ.ขอนแก่น นายธีรยุทธ์ จันทร์ดิษฐวงษ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ขอนแก่น กล่าวภายหลังเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ ว่า จ.ขอนแก่น ประกาศให้พื้นที่ 22 อำเภอจาก 26 อำเภอ เป็นพื้นที่ประสบปัญหาภัยพิบัติภัยแล้ง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่แล้งซ้ำซาก ทำให้ความเสียหายจากสถานการณ์ภัยแล้ง ทั้งจังหวัดในภาพรวม มีมูลค่ากว่า 700 ล้านบาท ทั้งนี้ได้อนุมัติงบประมาณฉุกเฉินสำรองอำเภอที่ประสบภัยแล้งละ 1 ล้านบาท ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในการนำน้ำเข้าไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย
7เขื่อนอีสานเหลือน้ำไม่ถึง50%
ด้านสถานการณ์น้ำในเขื่อนอีสานเหลือน้ำใช้อุปโภค บริโภคไม่ถึง 50% โดยภาพรวมปริมาณน้ำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในภาคอีสาน 12 แห่ง พบว่า ปริมาณความจุรวมอยู่ที่ 8,323 ล้านลบ.ม. มีน้ำในอ่างทั้งหมด 4,395 ล้านลบ.ม.ใช้ได้จริงกว่า 2,000 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 53 % สำหรับเขื่อนที่มีปริมาณน้ำเกิน 50 % คือ เขื่อนน้ำอูน เขื่อนสิรินธร เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนลำนางรอง และเขื่อนลำแซะ
ส่วนเขื่อนอีก 7 แห่ง คือ เขื่อนลำปาว เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนห้วยหลวง เขื่อนมูลบน และเขื่อนน้ำพุง ปริมาณน้ำต่ำกว่า 50 %
ผู้เลี้ยงโคนมขุดบาดาลใช้เอง
ที่ จ.ขอนแก่น ชาวเกษตรกร บ้านโนนลาน ต.บ้านค้อ อ.เมืองขอนแก่น ต้องลงทุนเป็นจำนวน 40,000 บาท เพื่อขุดบ่อน้ำบาดาล ซื้ออุปกรณ์และเครื่องยนต์ปั๊มน้ำ มาใช้ในการดึงน้ำบาดาลมาเลี้ยงโคนมภายในฟาร์มของตนเอง หลังต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งมานานกว่า 2 เดือน และมีทีท่าภัยแล้งจะรุนแรงต่อเนื่อง
นายสมพงษ์ อาจสามารถ เกษตรกรฟาร์มโคนม บอกว่า ภัยแล้งปีนี้มาเร็วกว่าทุกปีและรุนแรงมากขึ้น โดยตนเองต้องไปหาซื้อฟางเก็บไว้เพื่อเป็นอาหารสำหรับโคนมที่เลี้ยงไว้กว่า 70 ตัว เดิมที น้ำในสระสำหรับเป็นแหล่งน้ำสำรอง ได้แห้งขอดจนทำให้ต้องนำรถบรรทุกออกไปรับน้ำที่อยู่ออกไปกว่า 3 กิโลเมตรขนกลับมาใช้ในฟาร์ม แต่ปัจจุบันจำเป็นต้องหันมาขุดบ่อน้ำบาดาลเพื่อนำน้ำมาเลี้ยงโคนมแทน แม้จะต้องลงทุนเจาะบาดาลและซื้อเครื่องปั๊มน้ำ หลายหมื่นบาทแต่ก็ต้องยอม เพื่อให้โคมีนมดิบออกจำหน่ายสร้างรายได้ต่อไป
พิจิตรหลายพื้นที่น้ำแห้งขอด
ที่ จ.พิจิตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ ส่งผลให้แหล่งน้ำธรรมชาติ ทั้งแม่น้ำสายหลักอย่างแม่น้ำยม หรือ ลำคลอง หนอง บึง แห้งจนหมด ขาดน้ำที่จะใช้ในการทำการเกษตร และส่งผลกระทบกับการทำการเกษตรในพื้นที่ รวมไปถึงส่งผลกระทบไม่มีน้ำเพียงพอที่จะใช้รดน้ำต้นไม้โดยเฉพาะในพื้นที่สาธารณะ เช่น วัด ตามไปด้วย
พระสงฆ์วัดราษฎร์บูรณะ ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ต้องเฝ้าคอยรดน้ำต้นไม้ภายในวัดที่ยังมีขนาดเล็ก เนื่องจากเกรงว่าต้นไม้จะเสียหายจากการขาดน้ำ หลังจากความแห้งแล้งลุกลามในพื้นที่จังหวัดพิจิตรและขยายวงกว้าง โดยพระสงฆ์ต้องใช้เครื่องสูบน้ำ เพื่อสูบน้ำจากบ่อภายในวัดขึ้นมารดต้นไม้ขนาดเล็กภายในวัด ป้องกันความเสียหายหลังจากต้นไม้เริ่มเหี่ยวเฉาจากการขาดน้ำเป็นเวลานาน





