วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตั้งรางวัลนำจับ2หมื่นผู้ต้องหาแหกห้องขัง

สภ.สุราษฎร์ธานี ตั้งรางวัลนำจับ20,000บาท ผู้ต้องหาคดียาเสพติดแหกห้องขัง ตั้งกรรมการสอบเจ้าหน้าที่สิบเวร

จากกรณี เมื่อเวลา 22.30 น. วานนี้ (5ก.พ.58) นายสุรชัย พัชนี อายุ 20 ปี และนายนภดล บุญยินทุ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาคดีครอบครองและจำหน่ายยาเสพติด ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขัง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้ฉวยโอกาสที่ ดาบตำรวจธีระพล แหลมยุหีม เจ้าหน้าที่สิบเวรได้ไขกุญแจห้องขังเพื่อนำสิ่งของที่ญาติของนายสุรชัยนำมาฝากไปให้ผู้ต้องหา

แต่ผู้ต้องหาทั้งคู่ฉวยโอกาสที่สิบเวรเปิดประตูห้องขัง โดยใช้เท้าถีบประตูห้องขังและรุมชกต่อย และฉวยโอกาสที่กำลังชุลมุนได้วิ่งออกจากโรงพัก หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.วิสุทธิ ภู่พันธ์ศรี ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานีนำกำลังติดตามจับกุมนายนพดลกลับมาได้ 1 ราย ส่วนนายสุรชัย ได้วิ่งหลบหนีไปทางศาลหลักเมืองและกระโดดขึ้นรถจักรยานยนต์ที่พรรคพวกจัดเตรียมมารับหลบหนีไปอย่างลอยนวล

ล่าสุดเวลา 11.30 น.วันนี้ (6 ก.พ.) พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานีรุดตรวจที่เกิดเหตุ ภายในห้องขัง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พร้อมเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และสอบปากคำนายนภดล บุญยินทุ ผู้ต้องหาที่ร่วมกันแหกห้องขังและถูกจับได้ อย่างละเอียด กว่า 1 ชั่วโมง

พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวว่า จากการสืบสวนขณะนี้ผู้ต้องหายังคงหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ พร้อมได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของ สภ.เมืองร่วมกับชุดสืบสวนของจังหวัด กว่า 100 นายลงพื้นที่ตรวจค้นแหล่งเป้าหมายในทุกอำเภอ และได้ตั้งรางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแสผู้ต้องหาเป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท

พร้อม และสั่งทบทวนมาตราการควบคุมดูแลผู้ต้องหาไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อน ส่วนผู้มีส่วนร่วมกับการหลบหนีมีอยู่ประมาณ 3 คน เป็นกลุ่มวัยรุ่นและ 1 ในนั้นเป็นแฟนสาวของนายสุรชัย และคาดว่ายังคงกบดานอยู่ในเขตอำเภอพุนพิน บ้านแฟนสาวของผู้ต้องหา

ส่วนดาบตำรวจธีระพล แหลมยุหีม เจ้าหน้าที่สิบเวร ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ว่ามีข้อบกพร่องหรือมีส่วนร่วมกระทำความผิด หรือประมาท หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องเอาผิดทั้งอาญาและวินัย