'อักษรา'เผยขั้นตอนเจรจาสันติภาพ

'อักษรา'เผยขั้นตอนเจรจาสันติภาพ

"อักษรา" เผยขั้นตอนเจรจาสันติภาพ ระบุหารือแล้วผู้ก่อเหตุมีกี่กลุ่มเป็นใครบ้าง รอสอบซ้ำกับพื้นที่ก่อนเชิญพูดคุย

พล.อ.อักษรา เกิดผล ประธานคณะที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ในฐานะหัวหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวถึงความคืบหน้าการพูดคุยฯว่า การพูดคุยไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ผ่านมาก็มีคนไปพูดคุยกันอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้ก็ยังมีอยู่ มีทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน ซึ่งดำเนินการในนามส่วนตัว ตลอดจนภาควิชาการ แต่ถามว่า คุยกับใคร ใครไปคุย คุยเรื่องอะไร แล้วได้อะไร ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น คำตอบคือ ไม่รู้ แต่เท่าที่ทราบ เป็นการดำเนินงานด้านการข่าว พิสูจน์ทราบตัวบุคคล และรายงานผู้บังคับบัญชาของตนเท่านั้น ซึ่งทางทีมพูดคุยกำลังรวบรวมข้อมูลทั้งหมดอยู่ การทำงานของตนจำเป็นต้องทบทวนวรรณกรรม มีคนทำงานนี้มาก่อนตน ทำให้ต้องรวบรวมข้อมูล เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงมากที่สุด แล้วจึงกำหนดแนวทางในการดำเนินการต่อไป ขณะนี้ตนได้หารือในคณะพูดคุยแล้วว่า มีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงกี่กลุ่ม ใครบ้าง ใครสั่งการ ใครคุมกองกำลัง ใครสนับสนุนยุทโธปกรณ์ และตรวจสอบกับหน่วยในพื้นที่ เพื่อให้ทราบว่ากลุ่มเหล่านั้นมีอิทธิพลมากน้อยเพียงใด เพื่อให้ได้ข้อมูลถูกต้องมากที่สุด

พล.อ.อักษรา กล่าวว่า ส่วนการนำเสนอผู้อำนวยความสะดวก ให้ไปดำเนินการเชิญผู้แทนกลุ่มเหล่านั้นมาพูดคุย ตนเชื่อว่าผู้อำนวยความสะดวกก็มีรายชื่ออยู่แล้ว แต่ต้องเอามาเปรียบเทียบ ตรวจสอบให้ตรงกันก่อน แล้วจึงเริ่มดำเนินการให้เขาไปเชิญมา ไม่ใช่เขาจัดให้เราไปคุยกับใครก็ไม่รู้ นี่คือเรื่องสำคัญจำเป็นต้องได้กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

"การพูดคุย ไม่เหมือนการตีกอล์ฟ ที่ลงไปเล่นคนเดียวได้จนจบรอบ แต่เหมือนการตีเทนนิส ที่ต้องมีคู่เล่น เพราะเราพร้อมเล่นลงสนามแล้วไม่มีคนตีด้วยก็จบ ได้แต่น๊อคกระดานไปจนหมดเวลา แต่ไม่มีผลการแข่งขัน"พล.อ.อักษรา กล่าว

พล.อ.อักษรา กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดแนวทางไว้ 3ระยะ 9ขั้นตอน ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการยื่นข้อเสนอตามความต้องการของฝ่ายตนตั้งแต่ขั้นตอนแรก เพราะทำให้การพูดคุยไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ หากเป็นข้อเรียกร้องสุดโต่ง ที่ไม่อาจยอมรับได้ และนำมาสู่การยกระดับความรุนแรง แสดงศักยภาพต่อไป เช่นเดียวกับการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา พอไม่ได้ตามที่เรียกร้องก็กางเต็นท์ปิดถนน เผารถยนต์ ทำลายสาธารณูปโภค เผาสถานที่ราชการ เป็นต้น

ดังนั้น การเริ่มต้นจึงมีความสำคัญมาก และที่สำคัญที่สุด คือ ต้องไม่ส่งผลกระทบกับชีวิตผู้บริสุทธิ์ หรือเป้าหมายอ่อนแอในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นคือ สิ่งที่ตนห่วงใยมากที่สุด เมื่อรัฐบาลไทยพร้อม มีหัวหน้าพูดคุย หัวหน้าผู้อำนวยความสะดวกพร้อม ผู้แทนกลุ่มต่างๆ ยินดีเข้าร่วมก็เป็นสัญญาณที่ดีแล้วว่าทุกฝ่ายมุ่งสันติสุข ปฏิเสธความรุนแรงอยากพูดคุยหาทางออกร่วมกัน แต่จะทำกันอย่างไรก็มาทำข้อตกลง และหาหนทางปฏิบัติหรือ Road Map ร่วมกันในระยะที่ 3โดยต้องไม่ให้เกิดความรุนแรงหรือเกิดการสูญเสียในพื้นที่อีก

"ผมขอเรียนว่าทุกปัญหาของประเทศมีผู้รับผิดชอบ และมีทางออกเสมอ ไม่บวกก็ลบ หรือเสมอตัว ดังนั้น จึงต้องขอเวลาพี่น้องสื่อมวลชนช่วยนำเสนอในสิ่งที่ถูกต้องเป็นประโยชน์ต่อสังคมให้มากที่สุด ไม่ใช่พอเริ่มต้นทำงาน ก็มีกระแสข่าวออกมาทันทีว่าไม่ยอมรับอักษรา ไม่อยากได้ทหาร อยากได้พลเรือน ซื้อเวลา ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นตรงกันข้าม ไม่อยากให้สื่อเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีเหล่านั้น เพราะจะทำให้การแก้ปัญหายุ่งยากมากขึ้น "พล.อ.อักษรา กล่าว

พล.อ.อักษรา กล่าวว่า สำหรับประเด็นการพูดคุย ในขั้นตอนแรก ในเมื่อทุกฝ่ายยินดีพูดคุย และเห็นด้วยกับการแก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรงแล้ว ทุกฝ่ายจึงค่อยกำหนดแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน เหตุผลสำคัญ คือ การยุติความรุนแรงในพื้นที่ เพราะเป็นสาเหตุ ทำให้การพัฒนาเข้าไม่ถึง ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน, การพัฒนาอาชีพ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งการศึกษาและอนาคตของเยาวชนที่ต้องการทั้งการศึกษาและการพัฒนาอาชีพที่มั่นคง ไม่ใช่เฉพาะการทำดีมีอาชีพ หรือการจ้างงานเร่งด่วนเท่านั้น ทั้งนี้ตนเห็นตัวอย่างท่านนายกรัฐมนตรีว่าการ เข้ามาแก้ปัญหาบ้านเมือง ด้วยความไว้ใจ และศรัทธา ท่านเอาผลงานความดีของท่านทั้งชีวิตเป็นหลักประกัน ตนก็เดินทางตามแนวทางของท่าน ขอให้ตนได้เป็นตัวแทนพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีคนไทย 65 ล้านคน รวมทั้งสื่อมวลชนให้กำลังใจตนและทีมงานของตน ซึ่งประกอบด้วยผู้แทน 10 ส่วนราชการ (สมช., กต., ยธ., กอ.รมน., ทบ. ฯลฯ) ทำหน้าที่สำคัญนี้ให้สำเร็จและเกิดความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนทุกคนในพื้นที่ จชต. อย่างยั่งยืนต่อไป