"บังยี" วรวีร์ มะกูดี มั่นใจทีมไทยจะคว้าแชมป์คิงส์คัพ มาครองได้ ขณะที่ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เชื่อสนาม
ความจุ 25,000 คนที่นครราชสีมาแตกแน่ ส่วนบัตรเข้าชมการแข่งขัน กำหนด 200-300 และ 400 บาท เปิดจำหน่ายแล้วทาง ไทคทิคเก็ตเมเจอร์ และหน้าสนามวันแข่งจริง
ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ได้มีการแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน "คิงส์คัพ" ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 1-7 ก.พ. ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา มีทีมเข้าร่วมคือ ทีมชาติไทย, เกาหลีใต้ ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี, อุซเบกิสถาน และ ฮอนดูรัส โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันเป็นประธาน พร้อมด้วย "บังยี"วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอล ร่วมกันแถลงข่าว
นายสุวัจน์ เปิดเผยถึงความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ว่า ตอนนี้สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มีความพร้อมทุกด้าน เนื่องจาก จังหวัดนครราชสีมา ได้รับเกียรติมให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เป็นเจ้าภาพกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ดังนั้นเชื่อว่าแฟนบอลชาวโคราช ที่กำลังตื่นตัวกับกระแสของทีมนครราชสีมา มาสด้า ที่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลดิวิชั่น 1 จนได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก จะเข้ามาชมแบบเต็มความจุของสนาม 25,000 คนแน่นอน
ขณะที่ นายวรวีร์ กล่าวว่า ทีมที่มาแข่งขัน ล้วนแข็งแกร่งทั้งสิ้น โดยที่น่าสนใจคือ เกมนัดสุดท้าย วันที่ 7 ก.พ. ซึ่งทีมไทย พบ เกาหลีใต้ ที่เคยเจอกันใน การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 รอบรองชนะเลิศ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเกาหลีใต้ ชนะ 2-0 โดยเราเสียลูกจุดโทษที่น่ากังขา นัดนี้จึงถือเป็นการล้างตาของนักเตะไทย อย่างไรก็ตามมั่นใจว่า ทีมไทย จะคว้าแชมป์รายการนี้ โดยทางสตาฟฟ์โค้ช นำโดย "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ก็มุ่งมั่น ที่จะพาทีมชนะเลิศเช่นกัน
สำหรับการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งนี้ กำหนดให้แข่งแบบพบกันหมด โดยทีมคะแนนดีสุดจะได้แชมป์ไปครอง ส่วนโปรแกรมแข่งขัน วันที่ 1 ก.พ. 16.00 น. เกาหลีใต้ พบ อุซเบกิสถาน, 19.00 น. ไทย พบ ฮอนดูรัส, วันที่ 4 ก.พ. 16.00 น. ฮอนดูรัส พบ เกาหลีใต้, 19.00 น. ไทย พบ อุซเบกิสถาน และวันที่ 7 ก.พ. 16.00 น. อุซเบกิสถาน พบ ฮอนดูรัส, 19.00 น. ไทย พบ เกาหลีใต้ บัตรราคา 200, 300, 400 บาท เปิดจำหน่ายแล้วทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ และหน้าสนามวันแข่งจริง ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐทีวี และ สยามสปอร์ตฟุตบอล
ส่วนความเคลื่อนไหวของทีมชาติไทย ซึ่งจะลงสนามอุ่นเครื่องนัดแรกกับ ขอนแก่น เอฟซี ทีมเอไอเอสลีก ภูมิภาค วันที่ 24 ม.ค. เวลา 18.00 น. ที่สนามกีฬา จ.ขอนแก่น ล่าสุด "ซิโก้" เปิดเผยว่า เกมวันเสาร์นี้ จะปรับแผนเพื่อทดแทนการขาดหายไปของนักเตะที่ยังไม่ได้มาเก็บตัว และให้โอกาสดาวรุ่งลงสนาม เพื่อดูว่าเล่นเข้ากับทีมได้หรือไม่ เป้าหมายคือเล่นเต็มที่ให้แฟนบอลได้พบกับเกมที่สนุก โดยได้ทราบข่าวมาว่าบัตรเข้าชมแข่งขันขายหมดแล้ว ยิ่งต้องสร้างความประทับใจให้แฟนบอล





