ไกด์พัทยาร้องกองปราบ หลังถูกไกด์เถื่อนต่างชาติทำร้าย และใช้อาวุธปืนไล่ยิง
ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายไพศาล ซื่อธานุวงศ์ อายุ 40 ปี กรรมการสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย และเลขาธิการชมรมมัคคุเทศก์ภาษาจีนกลางแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายสมจิตร แซ่ลี อายุ 25 ปี อาชีพไกด์ทัวร์จีนของบริษัทวีแอลซี ทัวร์ ที่อยู่ในสภาพใบหน้าบวมปูด และมีบาดแผลคิ้วแตก ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร ผกก.2.บก.ป. เพื่อร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม หลังถูกกลุ่มไกด์เถื่อนต่างชาติทำร้ายและใช้อาวุธปืนไล่ยิง เหตุเกิดที่ร้านอาหารไม่มีชื่อ ตั้งอยู่ทางเข้าโรงแรมชลจันทร์ ม.1 ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา
นายสมจิตร ให้การว่า ก่อนหน้านี้ตนไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับกลุ่มไกด์เถื่อนกลุ่มนี้ ตนเพิ่งปลดประจำการทหารมาจึงมาเรียนเป็นไกด์ได้ประมาณ 7 เดือนแล้ว จนล่าสุดเพิ่งสอบได้ใบสมัครประกอบอาชีพไกด์มา จนวันเกิดเหตุได้ไปนั่งรับประทานอาหารในร้านที่เกิดเหตุพร้อมกลุ่มเพื่อนไกด์ และลูกทัวร์ชาวจีน 5 คน โดยที่ร้านอาหารมีสายเสียบแจ็กเพื่อเปิดเพลงในโทรศัพท์มือถือไว้บริการลูกค้า โดยกลุ่มของตนเป็นลูกค้ากลุ่มแรกที่เข้าไปใช้บริการ หลังจากนั้นได้มีไกด์ทัวร์อีกกลุ่มหนึ่งจำนวน 7-8 คนเข้าใช้บริการ ขณะที่อยู่ในร้านพวกตนได้เปิดเพลงเล่นสนุกสนานกับแขกชาวจีนตามปกติ ระหว่างนั้นไกด์ทัวร์อีกกลุ่มได้ตะโกนบอกพวกตนด้วยท่าทางไม่พอใจว่า ให้เปิดเพลงเบาหน่อย ตนจึงตอบกลับไปว่า ให้มาพูดใกล้ๆ ทำให้กลุ่มไกด์ทัวร์ไม่พอใจลุกเดินมาที่โต๊ะแล้วใช้เก้าอี้ฟาดใส่ตนที่ศีรษะ 1 ครั้ง และรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บใต้คิ้วบวมช้ำ
นายสมจิตร กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุตนพร้อมลูกทัวร์ และเพื่อนต่างพากันเดินออกนอกร้านเพื่อยุติปัญหา จากนั้นได้มีรถเก๋งสีขาว ไม่ทราบยี่ห้อ และทะเบียน ขับเข้ามาที่บริเวณร้าน ก่อนที่กลุ่มไกด์คู่อริจะนำอาวุธปืนออกมาไล่ยิงใส่กลุ่มตน จำนวน 4 นัด พวกตนเห็นท่าไม่ดีต่างพากับวิ่งหลบไปคนละทิศละทาง นอกจากนี้ลูกทัวร์ชาวจีนของตนที่มาด้วยกัน ซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ก็โดนพวกไกด์เถื่อนชักอาวุธปืนออกมาจ่อศีรษะ ทำให้ลูกทัวร์ชาวตกใจพากันวิ่งหลบหนี โชคดีที่ไม่มีใครถูกกระสุนบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ด้านนายไพศาล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 ส.ค.57 ทางชมรมมัคคุเทศก์ภาษาจีนกลางแห่งประเทศไทย ได้เคยมาร้องทุกข์กับตำรวจกองปราบปรามว่า มีชาวต่างชาติที่ลักลอบประกอบอาชีพมัคคุเทศก์เถื่อนจำนวนหนึ่ง มีพฤติกรรมเข้าข่ายอั้งยี่ซ่องโจรโดยมีการรวมกลุ่มและใช้อิทธิพลข่มขู่มัคคุเทศก์ชาวไทย ต่อมาเมื่อวานนี้(22 ม.ค.)ได้เกิดเหตุกระทบกระทั่งที่เกิดเหตุดังกล่าว หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สภ.บางละมุง ไว้แล้ว ในวันนี้จึงพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้เสียหาย
นายไพศาล กล่าวต่อว่า ปัจจุบันชาวต่างชาติจำนวนมากเข้ามาลักลอบประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หลายๆครั้งมีความเข้าใจว่า พวกเขาเข้ามาโดยมีความผิดแค่เป็นไกด์เถื่อน แต่ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มกันและมีการสร้างเครือข่าย ถ้าชาวต่างชาติสามารถที่จะพกอาวุธปืนและนำออกมาใช้ในการทะเลาะวิวาทได้ ตนเชื่อว่ามัคคุเทศก์ไทยที่ประกอบอาชีพโดยถูกกฎหมายคงอยู่ลำบากแล้ว
พ.ต.อ.ไพโรจน์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 เรื่อง ในส่วนแรกคือ เรื่องของการทำร้ายร่างกาย ซึ่งคนร้ายกลุ่มนี้คาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มมัคคุเทศก์เถื่อนชาวต่างชาติ ซึ่งทาง สภ.บางละมุง ได้รับเรื่องไว้ในเบื้องต้นแล้ว ในส่วนของทางกองปราบปรามก็ได้ให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. บันทึกปากคำและประสานงานไปยังเจ้าของท้องที่เกิดเหตุเพื่อเร่งรัดคดีและให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย ส่วนอีกกรณีนึง ทางตัวแทนสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทยได้ร้องขอให้กองปราบปรามช่วยเหลือปราบปรามมัคคุเทศก์เถื่อนชาวต่างชาติ ซึ่งทางสมาคมจะนำรายละเอียดมอบให้ตำรวจเพื่อดำเนินการต่อไป





