กุนซือทีมชาติไทย ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง งัดแผนเตรียมทีมรูปแบบเดิมกลับมาใช้ใหม่
จบ “คิงส์คัพ” เรียกนักเตะฝึกซ้อมช่วงกลางสัปดาห์ เพื่อเตรียมทีมต่อเนื่องสู้ศึก 3 รายการใหญ่ที่รออยู่ พร้อมเตรียมหารือวางตัวโค้ชรับผิดชอบ ทำทีมซีเกมส์ที่โปรแกรมคาบเกียวกับฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก
เนื่องในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” ประจำปี 2558 เมื่อวันที่ 10 มกราคม “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลไทยพร้อม 2 นักเตะทีมชาติไทย อดิศักดิ์ ไกรษร และ สารัช อยู่เย็น ได้ไปร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ที่ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีเด็กๆให้ความสนใจร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนาน
หลังเสร็จสิ้นภารกิจ “ซิโก้” ได้กล่าวถึงแผนการเตรียมชาติไทย แข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 1-7 กุมภาพันธ์นี้ที่ จ.นครราชสีมาว่า ในศึกคิงส์คัพคงจะเป็นการเตรียมทีมสำหรับรายการอายุไม่เกิน 23 ปีชิงแชมป์เอเชียที่จะคัดเลือกทีมไปโอลิมปิกเกมส์ด้วย เนื่องจากรายการพิเศษที่บังกลาเทศถูกยกเลิกไป
“จริง ๆ แล้วทีมอายุไม่เกิน 22 ปีมีคิวไปแข่งขันรายการพิเศษที่บังกลาเทศ แต่เนื่องจากสถานการณ์การเมืองมีปัญหาทำให้บังกลาเทศต้องเลื่อนเกมออกไป ตรงนี้ทำให้ทีมค่อนข้างผิดแผนในการเตรียมทีม เพราะตอนแรกคิดว่าจะใช้เป็นทัวนาเมนต์สำหรับคัดเลือกนักเตะด้วย แต่เมื่อเกมยกเลิกไปก็ต้องมาหารือถึงแผนการเตรียมทีมใหม่ คิดว่าในคิงส์คัพจะต้องเตรียมทีมเพื่อคัดโอลิมปิกด้วย” ซิโก้ กล่าว
กุนซือทีมชาติไทย กล่าวต่อไปอีกว่า เนื่องจากเวลามีน้อยจึงจำเป็นที่ต้องเตรียมทีมทันที เพราะเกมอายุไม่เกิน 23 ปีจะแข่งขันรอบคัดเลือกในเดือนมีนาคมแล้ว โดยหลังจบคิงส์คัพจะเรียกนักเตะมาซ้อมในช่วงกลางสัปดาห์อย่างต่อเนื่องเหมือนกับตอนเตรียมทีมไปแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่เมียนมาร์และเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่เกาหลีใต้ รวมถึงจะหาเกมอุ่นเครื่องประมาณ 2-3 นัด
“ทีมจะซ้อมกันทุกวันพุธเพื่อเตรียมทีมสำหรับ 3 รายการใหญ่ทั้งคัดไปโอลิมปิก ซีเกมส์ และฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก นอกจากนี้หลังจบคิงส์คัพจะต้องหารือกันถึงคนรับผิดชอบทำทีมชุดต่างๆ โดยเฉพาะซีเกมส์ที่สิงคโปร์และฟุตบอลโลกที่เตะคาบเกี่ยวกันในเดือนมิถุนายน ตรงนี้ต้องมาคุยกันว่าใครจะรับผิดชอบทำทีมซีเกมส์ เพราะผมเองต้องไปดูแลชุดใหญ่ในฟุตบอลโลก” ซิโก้ กล่าวปิดท้าย
กกท.ขอกองสลากหนุนลีกภูมิภาค
รายงานข่าวจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) แจ้งว่า การที่ สนช.ผ่านร่าง พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับใหม่ ทำให้ กกท.จะได้รับงบประมาณจากภาษีเหล้า-บุหรี่ ปีละ 3,700-4,000 ล้านบาท นั้น มีผู้สอบถามถึงงบประมาณสนับสนุนทีมฟุตบอลลีกภูมิภาค ที่ยังคงค้างจ่ายให้ฤดูกาล 2014 ทีมละ 1 ล้านบาท จะต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ว่าเป็นไปตามพระราชบัญญัติหรือไม่ เพราะถ้าหากทีมลีกภูมิภาคเป็นฟุตบอลอาชีพที่มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ซึ่งถือเป็นการผิดพระราชบัญญัติ จะไม่สามารถจ่ายเงินสนับสนุนทีมลีกภูมิภาคได้ ยกเว้นฟุตบอลลีกภูมิภาคเป็นลีกสมัครเล่นเท่านั้น ส่วนงบประมาณสำหรับเงินรางวัลฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ก็คงไม่สามารถจ่ายได้แน่นอน เพราะเป็นฟุตบอลอาชีพ โดยจะต้องไปของบประมาณฝ่ายกีฬาอาชีพ
อย่างไรก็ตาม กกท.ยังมีความพยายามที่จะหางบประมาณจากแหล่งอื่นมาจ่ายให้ทีมในลีกภูมิภาคทั้งที่ยังคงค้างจ่ายอยู่ในฤดูกาล 2557 รวมไปถึงฤดูกาลใหม่ 2558 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เสนอ สนช.ไปแล้ว แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ขณะเดียวกัน กกท.ก็ได้เสนอของบประมาณจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไปแล้ว ซึ่งมีโอกาสที่จะได้รับงบประมาณมาสนับสนุนทีมฟุตบอลลีกภูมิภาคเช่นกัน





