วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ม็อบตรังร่วมเวทีนครฯพรุ่งนี้ ปชป.สอนมวยรัฐแก้ราคายาง

ม็อบสวนยางตรังบางตา เหตุข่าวลือแกนนำถูกรวบ กอ.รมน.จังหวัดขู่ใช้กฎอัยการศึก แต่ยังเดินหน้าเคลื่อนไหวจี้รัฐบาล

แก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ พร้อมเดินสายผูกริบบิ้นสีขาวสัญลักษณ์เคลื่อนไหวบริสุทธิ์ ลั่นเข้าร่วมเวทีเสนอปัญหาที่นครศรีฯ 12 ธ.ค. ด้าน "อภิสิทธิ์" สอนมวย แนะรัฐบาลแปรรูปยางในสต็อกทำถนน-ลานกีฬา เพื่อดึงยางออกจากระบบ แต่อย่าประกาศขายยางในสต็อก

การเคลื่อนไหวของเกษตรกรชาวสวนยางพาราในหลายจังหวัดของภาคใต้ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แม้จะถูกสกัดจากฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ก็ตาม

โดยวานนี้ (10 ธ.ค.) ที่บริเวณสวนสาธารณะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (บิดายางพาราไทย) นายสิงห์สยาม มุกดา พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ เส้งนุ้ย แกนนำเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ จ.ตรัง ได้เดินทางไปรอพบกลุ่มพลังมวลชนชาวสวนยางที่มีการนัดหมายกันไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อร่วมกันเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล พร้อมแจกใบปลิวและริบบิ้นสีขาวสัญลักษณ์การเรียกร้องให้แก่ประชาชนที่รับทราบข่าวและที่เดินทางมาสมทบ

อย่างไรก็ดี มวลชนค่อนข้างบางตา ท่ามกลางกำลังตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่การข่าวนอกเครื่องแบบจากหลายสังกัดที่ไปร่วมสังเกตการณ์ สำหรับสาเหตุที่มวลชนไปร่วมน้อย ส่วนหนึ่งเพราะมีการปล่อยข่าวตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค.ว่า แกนนำถูกเจ้าหน้าที่จับกุมไปแล้ว ขณะเดียวกันทางจังหวัดได้นำประกาศของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง (กอ.รมน.ตรัง) เผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ ว่าจะบังคับใช้กฎอัยการศึก ทำให้มวลชนบางส่วนไม่กล้าเข้าร่วม

ทั้งนี้ แกนนำการเคลื่อนไหว ได้นำริบบิ้นสีขาวไปติดบริเวณหน้าบ้านพักบุคคลสำคัญในจังหวัด ทั้งจวนผู้ว่าฯ บ้านพักผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง และติดที่ขาตั้งภาพถ่าย นางถ้วน หลีกภัย มารดาของ นายชวน หลีกภัย เพื่อประกาศปัญหาความเดือดร้อนของชาวสวนยาง และขอกำลังใจจากแม่ถ้วนให้การเรียกร้องของชาวสวนยางพาราในครั้งนี้ได้รับการแก้ไขโดยรัฐบาลด้วยการแทรกแซงราคายางพาราที่กิโลกรัมละ 80 บาท

ร่วมเวที12ธ.ค.-ย้ำต้อง 80 บาท

เวลา 14.30 น. บรรยากาศที่บริเวณสี่แยกอันดามัน ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด สถานที่ที่เครือข่ายชาวสวนยางพารา จ.ตรัง เคยออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมประท้วงเรียกร้องรัฐบาลพรรคเพื่อไทยให้แก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำเมื่อปี 56 ปรากฏว่าเงียบเหงา ไม่มีมวลชนชาวสวนยางออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องตามที่เครือข่ายจากหลายตำบลได้นัดหมายไว้

ทำให้ นายสิงห์สยาม ต้องใช้วิธีรณรงค์เชิญชวนประชาชนร่วมแสดงสัญลักษณ์ปัญหาความเดือดร้อนเรื่องราคายางพาราตกต่ำไปยังรัฐบาลด้วยการแจกใบปลิวและริบบิ้นสีขาวสัญลักษณ์การเรียกร้องที่บริสุทธิ์ของชาวสวนยางเช่นเดิม เพื่อสื่อให้รัฐบาลเห็นปัญหาของเกษตรกรชาวสวนในพื้นที่ภาคใต้

นายสิงห์สยาม กล่าวว่า การนัดชุมนุมของชาวสวนยางพาราในวันนี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากมีความพยายามสกัดกั้นจากหลายภาคส่วน โดยอ้างกฎอัยการศึกและอ้างความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติ แต่แกนนำยังคงเดินแจกใบปลิวและริบบิ้นสีขาวให้กับประชาชนทั้งในอำเภอเมืองและอำเภอห้วยยอด รวมทั้งสถานที่สำคัญๆ ต่อไป

นายสิงห์สยาม กล่าวด้วยว่าจะเดินทางไปพบกับชาวสวนยางพารา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ตามที่นัดหมายกันไว้ เพื่อกำหนดทิศทางการต่อสู้อย่างเป็นรูปธรรม ส่วนตัวยังมั่นใจว่ารัฐบาลจะมีความจริงใจในการแก้ปัญหาราคายางพารา และยืนยันจะเข้าร่วมเวทีเสนอปัญหาที่ทางจังหวัดมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 12 ธ.ค.นี้อย่างแน่นอน โดยยืนข้อเรียกร้องเดิม คือ ให้รัฐบาลแทรกแซงในราคากิโลกรัมละ 80 บาท

"ยะลา"วอนนายกฯเร่งช่วยเหลือด่วน

ที่กลุ่มน้ำยางสดคลองทรายใน หมู่ 5 บ้านคลองทรายใน อ.เมือง จ.ยะลา นายภิมาตย์ เพชรทวงค์ เกษตรกรชาวสวนยาง บ้านคลองทรายใน กล่าวว่า ขณะนี้ราคาน้ำยางในตลาดลดลงทุกวัน วันละ 2-5 บาท เหลือประมาณ 100 บาทต่อ 3 กิโลกรัม จะซื้อเนื้อหมู 1 กิโลกรัมยังซื้อไม่ได้ เพราะต้องใช้ยาง 4 กิโลกรัม ราคานี้เกษตรกรทุกคนเดือดร้อน อยากให้รัฐบาลรีบช่วยเหลือทันที ไม่ใช่บอกว่าจะช่วย แต่จะช่วยเมื่อไรก็ไม่ทราบ

ประจวบฯเข้าชื่อทำหนังสือถึงรัฐบาล

ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เกษตรกรผู้เดือดร้อนจากราคายางพาราตกต่ำ ได้รวมตัวกันที่ถนนเพชรเกษม หลักกิโลเมตรที่ 413 บ้านธรรมรัตน์ หมู่ 5 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน เพื่อให้สมาชิกลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องที่จะส่งถึงรัฐบาล ให้รับซื้อยางพาราแผ่นดิบกิโลกรัมละ 80 บาท

โดยตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ปัญหาราคายางพาราตกต่ำสร้างความเดือดร้อนอย่างรุนแรง จึงต้องมารวมตัวกันเพื่อแสดงพลัง

สุราษฎร์ฯยอมอ่อน-ขอแค่60บาท

นายมนูญ อุปลา ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางใน จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 35 องค์กร ได้ประชุมหารือกันโดยมีมติยอมอ่อนให้รัฐบาล โดยเรียกร้องราคายางพาราให้ได้อย่างต่ำกิโลกรัมละ 60 บาท ซึ่งหมายความว่า ชาวสวนยางต้องขายยางได้ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 60 บาท ทั้งชาวสวนยางและลูกจ้างกรีดยางพอประคองตัวอยู่ได้ ทั้งนี้เข้าใจดีว่า ราคายางปัจจุบันในท้องตลาดไม่ถึงกิโลกรัมละ 60 บาท แต่ในส่วนต่างดังกล่าว ขอให้รัฐบาลชดเชยให้ทางโรงงานที่รับซื้อยาง

"หากราคายางในท้องตลาดกิโลกรัมละ 45 บาท ส่วนต่าง 15 บาทรัฐบาลต้องชดเชย หากราคายางปรับขึ้นกิโลกรัมละ 50 บาท รัฐบาลก็ต้องชดเชย 10 บาท เชื่อว่าทุกฝ่ายอยู่ได้ โดยรัฐบาลอาจจะต้องตั้งงบประมาณเตรียมชดเชยประมาณ 9,000 ล้านบาท โดยทุกฝ่ายได้ประโยชน์เท่ากัน ทั้งเกษตรกรชาวสวนยาง ลูกจ้าง และผู้ประกอบการ เชื่อว่าอาจจะไม่มีการเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน และมติดังกล่าว ผมพร้อมตัวแทนจะทำหนังสือยื่นต่อ นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค.นี้เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาล" นายมนูญ กล่าว

รมช.เกษตรฯรับปีใหม่80บาทเรื่องยาก

.ด้าน นายอำนวย ปะติเส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการพูดคุยกับแนวร่วมกู้ชีพชาวสวนยางที่กรุงเทพฯ ว่า ตัวแทนชาวสวนยางอยากได้ราคา 80 บาทต่อกิโลกรัม เรากำลังพยายามทำกันอยู่ ปัจจุบันให้กองทุนรักษาเสถียรภาพราคายางเข้าไปซื้อยาง แต่ขณะนี้ราคาน้ำมันดิ่งลง ทำให้ราคาขึ้นช้าหน่อย โดยเรากำลังคิดอยู่ว่านอกจากการผลักดันราคายางพาราให้ถึง 60 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว จะมีส่วนไหนที่จะเติมเข้าไปได้อีกบ้าง

นายอำนวย กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการขีดเส้นต่อรัฐบาลว่าภายในสิ้นปีนี้ราคายางต้องถึง 80 บาทต่อกิโลกรัมนั้น เห็นว่าทุกคนเข้าใจว่าขณะนี้ตลาดเป็นอย่างไร ยางสังเคราะห์มีราคาถูก และยังสามารถใช้แทนยางธรรมชาติได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ หากยางธรรมชาติแพง ผู้ผลิตก็จะไปซื้อยางสังเคราะห์แทน แล้วตลาดจะอยู่ได้อย่างไร

นอกจากนี้ ได้หารือกันถึงร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย ที่อยู่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่าให้กระบวนการเดินต่อไปและให้โอกาสแก้ไขเต็มที่ สำหรับรัฐบาล การออกกฎหมายถ้าไม่ดีไม่มีใครอยากออก ถ้าผู้ใช้หรือเจ้าของไม่อยากได้ก็ไม่รู้จะออกไปทำไม ดังนั้น จึงเห็นด้วยที่จะมาร่วมกันทำกฎหมาย โดยการเป็นกรรมาธิการร่วม สามารถแปรญัตติได้

"อภิสิทธิ์"แนะรัฐแปรรูปยางทำถนน-ลานกีฬา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลทบทวนข้อเสนอที่เป็นประเด็นหลักๆ ในการแก้ไขปัญหาราคายางพารา เพราะที่ผ่านมาเหมือนยังไม่ชัดเจน เช่น การจะทำให้ราคายางพาราขยับขึ้น ต้องประกาศให้ชัดว่ายางที่อยู่ในสต็อกขณะนี้ต้องทำอย่างไร

"เราเสนอแล้วว่ารัฐบาลต้องประกาศว่าจะไม่มีการขาย แต่จะเอามาใช้ทำถนนหรือจะทำลานกีฬา หรือโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ถ้าทำตรงนี้อย่างจริงจัง จะสามารถดึงยางออกจากระบบได้มาก และต้องไม่แทรกแซงราคายาง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว