ชาวบ้านร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม หลังได้รับใบสั่งจราจร เผยไม่ได้เจตนา-ไม่ได้รับความเป็นธรรม
ที่ศาลากลางจังหวัดพิจิตร นายแสน ภู่ไพโรจน์ ชาวอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ได้นำเอกสารใบสั่งจากเจ้าพนักงานจราจร สภ.เมืองพิจิตร เข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมพิจิตร เนื่องจากมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการออกใบสั่งเสียค่าปรับจากตำรวจจราจรเมืองพิจิตร ที่ได้จอดรถปากทางเข้าออกอาคารธนาคารกรุงไทย ถนนศรีมาลา ในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร ในช่วงระหว่างที่รถตามหลังมาอย่างกระชั้นชิดและไม่สามารถขยับรถได้ ในช่วงติดไฟแดงจราจร
นายแสน ระบุว่า โดยวันเกิดเหตุ ได้ขับรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู สีเขียว หมายเลขทะเบียน กท 9678 พิษณุโลก เข้ามาทำธุระในเมืองพิจิตร โดยขับมาตามถนนดังกล่าว เมื่อถึงสี่แยก ได้ขับรถตามรถคันอื่นมา พอถึงไฟแดงจึงได้หยุดรถต่อกัน ตามลำดับและตนได้จอดในพื้นที่ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการตีเส้นจราจร ที่เว้นในการอำนวยความสะดวก แก่รถที่เข้าไปติดต่อกับทางธนาคาร แล้วขยับรถไม่ได้ เนื่องจากมีรถตามมาข้างหลัง และไม่ได้เจตนาจอดรถ จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถ่ายรูป พร้อมส่งใบสั่งเสียค่าปรับ มาถึงบ้านและให้มาเสียค่าปรับ จำนวน 500 บาท ก่อนวัน ที่ 3 ธันวาคม 2557 นี้
สำหรับเรื่องเงินค่าปรับใบสั่งนั้นตนสามารถจ่ายได้ แต่มาขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ เนื่องจากมองว่า การกำหนดเขตพื้นที่เป็นช่องทางที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หาประโยชน์กับชาวบ้าน ที่จอดรถในช่องห้าม ขณะติดไฟแดง ซึ่งมีประชาชน ถูกใบสั่งแล้วหลายราย และประชาชนส่วนใหญ่ไม่กล้าร้องเรียน
ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ ศูนย์ดำรงธรรมพิจิตร ได้รับเรื่องร้องเรียนไว้ พร้อมทำหนังสือให้ทางนายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อหาทางร่วมมือแก้ไข ปัญหานี้ สำหรับบริเวณจุดพื้นที่ออกใบสั่งนั้น ผู้สื่อข่าว ได้สำรวจพบเส้นเหลืองทแยง รูปตาข่าย ในพื้นที่เข้าธนาคารนั้น เลือนรางและยังคงพบมีประชาชน ที่ใช้รถใช้ถนน จอดติดไฟแดง ตรงจุดห้ามตลอดเวลาเนื่องจากเป็นถนนที่เล็กและมีรถสัญจรต่อเนื่องและคับคั่ง





