สตง.บุรีรัมย์ตรวจสอบแผนซื้อเสาไฟโซลาร์เซลล์ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น22แห่ง เบื้องต้นพบ4แห่ง ซื้อแพงเกินจริง
สตง.บุรีรัมย์ตรวจสอบโครงการจัดซื้อเสาไฟโซลาร์เซลล์ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 22 แห่ง เบื้องต้นพบ 4 แห่งจัดซื้อแพงเกินจริง ชี้หากมีข้อมูลหลักฐานเชื่อได้ว่าใช้จ่ายงบรัฐโดยมิชอบ อาจถูกเรียกเงินคืน
นางทัศศิณา ประไพพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวถึงการตรวจสอบโครงการจัดซื้อระบบส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ หรือเสาไฟโซล่าเซลล์ ที่ติดตั้งตามหมู่บ้าน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อบต.) ภายใต้งบอุดหนุนเฉพาะกิจของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จังหวัดบุรีรัมย์ได้รับการจัดสรรงบ 31 โครงการ 7 อำเภอ รวม 22 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมูลค่ากว่า 57 ล้านบาท ว่าขณะนี้สตง. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบพื้นที่แล้ว 4 แห่ง ในเขต อ.โนนสุวรรณ 2 แห่ง อ.ปะคำ 1 แห่ง และ อ.ชำนิ 1 แห่ง ส่วนที่เหลืออีก 18 แห่ง คาดว่าจะลงตรวจสอบเดือนหน้า เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีน้อยประกอบกับต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งเอกสารและวัสดุอุปกรณ์ที่จัดซื้อ
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบทั้ง 4 แห่ง พบว่าไม่มีตรวจสอบราคากลาง ทั้งจัดซื้อในราคาที่สูงเกินความเป็นจริงเฉลี่ยชุดละกว่า 100,000 - 114,000 บาท โดยแต่ละแห่งจัดซื้อทั้งหมด 17 ชุด ขณะนี้ได้ให้ทั้ง 4 แห่ง ทำเอกสารชี้แจงเกี่ยวกับการจัดซื้อภายใน 60 วัน หาก สตง.ตรวจสอบแล้วไม่มีเหตุมีผล ก็จะทำหนังสือยืนยันข้อทักท้วงเดิมไปให้ทางท้องถิ่นดำเนินการตามข้อเสนอแนะ เช่น ให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง หากผลการตรวจสอบพบมีข้อมูลหลักฐานอันเชื่อได้ว่ามีการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐโดยมิชอบ ก็จะดำเนินการเรียกเงินคืน พร้อมจะส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ ตามกฎหมาย
นางทัศศิณา กล่าวว่าอยากจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ การบริหารงานหรือการใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแม้จะเป็นอิสระ แต่ก็ต้องอยู่ภายในระเบียบกฎหมาย หลายแห่งบอกว่าไม่ได้นำไปใช้ส่วนตัวทำเพื่อท้องถิ่น แต่ก็ต้องดูด้วยว่ากฎหมายกำหนดให้ใช้งบประมาณได้มากน้อยแค่ไหน ที่ผ่านมาเท่าที่ตรวจสอบพบส่วนใหญ่ จะมีการใช้จ่ายงบประมาณเกินความจำเป็น ที่สำคัญประชาชนในท้องถิ่นไม่ได้รับประโยชน์โดยตรง





