การแข่งขันฟุตบอลนัดอุ่นเครื่อง เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่สนามเฉลิมพระเกียรติฯ จ.นครราชสีมา
"ช้างศึก"ทีมชาติไทย อันดับ 7 อาเซียน พบ ฟิลิปปินส์ อันดับ 1 อาเซียน จากการจัดของฟีฟ่า โดยทั้งคู่เตรียมทีมเข้าร่วมศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน-20 ธันวาคม
เกมนี้ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ส่ง 11 คนแรก ในระบบ 4-5-1 ประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กองหลังจากขวา อาทิตย์ ดาวสว่าง, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, อดิศร พรหมรักษ์, ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา กองกลาง สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์, มงคล ทศไกร, ประกิต ดีพร้อม, ชนาธิป สรงกระสินธ์ และกองหน้า กีรติ เขียวสมบัติ
เริ่มเกมครึ่งแรก ทีมชาติไทยครองบอลบุกได้เหนือกว่า ก่อนที่นาที 30 ชาริล ชัปปุยส์ วางบอลยาวจากกลางสนามให้ ประกิต ดีพร้อม หลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนตักมาเสาสองและเป็น มงคล ทศไกร ที่วิ่งมาโขกกดลงพื้น บอลย้อนเสียบสามเหลี่ยมเสาแรกเข้าไป ไทย นำ 1-0
ครึ่งหลังนาที 54 ไทย ได้ประตูนำห่าง 2-0 กีรติ เขียวสมับติ กระชากบอลเข้าเขตโทษฝั่งขวาก่อนตบจากสุดเส้นหลังพอดีมาหน้าประตู เจมส์ ดาโซ กองหลังฟิลิปปินส์ เตะสกัดชนคาน บอลเด้งมาเข้าทางปืน ประกิต ดีพร้อม ซ้ำจ่อๆ ตุงตาข่าย และเป็นประตูแรกในนามทีมชาติไทยของประกิต จากนั้นไทย ที่แม้นำห่างแต่ยังไม่เพลาเกมบุก กระทั่งนาที 74 ไทย มาได้ประตูปิดกล่องจากการยิงมุมแคบในเขตโทษฝั่งซ้ายของ "ก้อง" เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ให้ทีมชาติไทย ถล่ม ฟิลิปปินส์ 3-0 โดยทีมชาติไทยมีโปรแกรมอุ่นเครื่องนัดต่อไป วันที่ 12 พฤศจิากยน พบ นครราชสีมา น้องใหม่ศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก
ด้าน "ซิโก้" เกียรติศักดิ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย กล่าวถึงศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ที่ ทีมชาติไทย อยู่สายบี ร่วมกับ "เจ้าภาพ" สิงคโปร์, มาเลเซีย และเมียนมาร์ ยอมรับการแข่งขันครั้งนี้มีความกดดันมากพอสมควร เพราะ ทีมชาติไทย ห่างถ้วยแชมป์รายการนี้มานาน แต่ตนพยายามกระตุ้นจิตใจลูกทีมให้มีความแข็งแกร่ง เพราะเห็นว่าถึงเวลาต้องทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนมาให้ได้ ดังนั้นนับตั้งแต่วันนี้ทุกคนต้องเลิกกลัว โดยเฉพาะเกมที่จะเล่นกับ สิงคโปร์





