วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กองทัพสั่งสอบทหารปัตตานียิงกันตาย4ศพ

กองทัพสั่งสอบทหาร ฉก.ปัตตานี ทะเลาะกลางวงเหล้า คว้าปืนกราดยิงเพื่อนร่วมวง ตาย 4 เจ็บ 1

ทหาร ฉก.ปัตตานี ทะเลาะกลางวงเหล้า พลทหารคว้าปืนกราดยิงเพื่อนร่วมวง ตาย 4 เจ็บ 1 ผบ.ทบ.สั่งเร่งสอบสาเหตุ พร้อมกำชับ ผบ.หน่วย ระมัดระวังดูแลลูกน้องให้ดี ด้านแม่ทัพภาค 4 เผยยังไม่ทราบสาเหตุ พร้อมสั่งสอบหาเหตุที่แท้จริงแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวานนี้(6 พ.ย.) พ.ต.อ.มานิตย์ ยิ้มซ้าย ผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี (ฉก.ปน.) ยิงกันเอง ภายในค่ายลูกเสือเดชานุชิต ต.บ่อทอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วย ฉก.ปน. มีทหารเสียชีวิตทันที 3 ศพ ทราบชื่อคือ จ.ส.อ.สุมิตร ปกพันธ์ อายุ 48 ปี สังกัด มทบ.22 ส.ท.ทองมุก พิลออน สังกัด ร.8 และ ส.ท.โชคนิพัทธ์ ดวงจำปา อายุ 33 ปี สังกัด กองทัพน้อยที่ 2 ทั้งหมดถูกยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 เข้าที่ลำตัวและกลางหลัง และมีทหารได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลปัตตานี ทราบชื่อคือ ส.ท.กำพล กันหาวาต์ อายุ 33 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันที่กลางหลัง และพลทหารอีก 1 นายไม่ทราบชื่อ ซึ่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ทหารราบจากภาคอีสานที่มาปฏิบัติราชการสนามที่หน่วย ฉก.ปน.ได้ตั้งวงดื่มเหล้าหลังกลับจากปฏิบัติหน้าที่ พอเมาได้ที่ต่างคนต่างตำหนิกันไปมาถึงเรื่องการทำงานในพื้นที่ จนเกิดทะเลาะกัน จากนั้นหนึ่งในวงเหล้าได้ใช้อาวุธปืนกราดเพื่อนในวงเหล้า ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าใครเป็นคนก่อเหตุ ต้องรอสอบปากคำ ส.ท.กำพล ที่รอดชีวิตก่อน ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถให้การได้

ด้านพล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยหลังจากพบปะกับสื่อมวลชนที่ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ว่า เรื่องนี้ขอสอบสวนข้อมูลข้อเท็จจริงและต้องให้เวลารวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เสียก่อนว่า เกิดจากอะไร อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่าทหารที่ลงมาปฏิบัติงานในภาคใต้หมื่นกว่าคน มาจากหลายพื้นที่ และมาทำงานร่วมกัน ต้องเข้าใจถึงบริบท อย่างไรก็ตามเหตุอย่างนี้เกิดขึ้นไม่บ่อย

ส่วนที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เรื่องนี้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งการให้ผู้บังคับบัญชาในพื้นที่เข้าไปตรวจสอบเหตุการณ์แล้ว ขณะนี้กำลังรอผลตรวจสอบในรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งนี้เบื้องต้นสาเหตุอาจเกิดจากความเครียดจากการปฏิบัติงานที่มีมาก ประกอบกับการถูกตำหนิกดดันเพิ่มเติมจากผู้บังคับบัญชาในชุดปฏิบัติงาน

"ที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุลักษณะนี้มาบ้าง และทาง ผบ.ทบ.ได้กำชับอยู่เสมอให้ผู้บังคับหน่วยระมัดระวังให้มาก โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาโดยตรงต้องหมั่นสังเกตอาการ และดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด เพราะถือเป็นการทำงานภายใต้สถานการณ์พิเศษ สำหรับการดูแลและการตรวจสภาพจิตใจในทางการแพทย์ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ทางกองทัพบกได้จัดให้มีการตรวจเป็นระยะอยู่แล้ว แต่ต้องรอผลสอบละเอียดอีกครั้งว่า อาจมีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้เกิดช่องโหว่และนำไปสู่การก่อเหตุดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งจะได้นำมาปรับแก้อย่างเร่งด่วนที่สุด" พ.อ.วินธัย กล่าว