บังยีวรวีร์ มะกูดี นายกลูกหนังไทย มั่นใจลิขสิทธิ์ของศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก ในอีก 2 ปีข้างหน้า
จะมียอดเงินสูงถึง 1,000 ล้านบาท ด้านสัญญา "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง คุมทีมชาติชุดใหญ่ ไม่มีปัญหา พร้อมประกาศอัดฉีดฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน "ซูซูกิคัพ" รับไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท หากคว้าแชมป์มาครองได้
ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน เมื่อวันที่ 18 ต.ค. “บังยี”นาย วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2556 โดยมี 111 สโมสรสมาชิกเข้าร่วมการประชุม โดยนายวรวีร์ เปิดเผยว่า การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง และจากที่ได้มีการศึกษา มีการรวบรวมข้อมูล รวมไปถึงด้านการตลาด ตนเชื่อว่า จากเดิมที่มีค่าลิขสิทธิ์อยู่ประมาณ 600 ล้านบาทต่อปีนั้น อีก 2 ปีข้างหน้าที่จะมีการต่อสัญญาใหม่ เชื่อว่าจะผลักดันไปได้ถึง 1,000 ล้านบาท และถ้าหากว่าสามารถทำได้ แต่ละสโมสรก็จะมีเงินสนับสนุนทีมที่มากขึ้นตามไปด้วย
สำหรับปัญหาเงินสนับสนุนฟุตบอลลีกภูมิภาค ที่ได้รับล่าช้า เป็นผลเนื่องมาจากปัญหาหลายๆ อย่าง รวมถึงช่วงที่มีการเลือกตั้งนายกสมาคม แต่จะพยายามผลักดันเร่งให้จ่ายได้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องของผู้ตัดสินที่มีปัญหามาโดยตลอดนั้น ก็ได้มีการจัดการอบรมบ่อยขึ้น เพื่อพัฒนาระบบผู้ตัดสิน และถ้าหากว่ามีการพบการตัดสินที่ผิดพลาดก็จะต้องมีการลงโทษอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ สมาคมฟุตบอล ได้มีแต่งตั้งผู้ตรวจสอบรายงานการประชุม ได้แก่ นายธัญญะ วงศ์นาค ผู้จัดการทีมบีอีซี เทโรศาสน, นายศรัณย์ สันติพัฒนาชัย ประธานบริษัท แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด และ นายสุรินทร์ รอดเมือง อาจารย์ จาก ม.ธุรกิจบัณฑิต โดย สมาคม ได้ส่งรายงานการประชุมใหญ่พิเศษ เมื่อวันที่ 9 และ 23 ส.ค. และวันที่ 17 ต.ค. ที่มีการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ รวมไปถึงงบดุลประจำปีของสมาคมฯ ให้กับสมาชิกรับทราบ โดยสโมสรสมาชิกได้รับรองการประชุมและงบดุลทั้งหมด และจะมีการแต่งตั้งคณะอนุญาโตตุลาการ และคณะกรรมการวินัยและอุทธรณ์ เพื่อดูแลโดยรวมทั้งหมด ตามที่ระเบียบข้อบังคับใหม่ และจะมีการจัดให้มีสมาคมประจำภาคขึ้น 6 ภาค
นายองอาจ ก่อสินค้า ประธาน บ. ไทยพรีเมียร์ลีก กล่าวว่า ในเร็ววันนี้ จะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายสำหรับสโมสร นักกีฬา และบุคลากรกีฬาอาชีพ เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษา รับเรื่องร้องเรียนที่ไม่เป็นธรรม และไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังได้มีการเตรียมการพัฒนาสนามแข่งขันให้เป็นมาตรฐานของสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) มากยิ่งขึ้น ในฤดูกาล 2015
สำหรับมาตรฐานของสนามศึกไทยพรีเมียร์ลีก จะต้องมีไฟส่องสว่างไม่ต่ำกว่า 1,200 ลักซ์ จากเดิมที่ใช้ 1,000 ลักซ์ ขนาดของสนามทุกทีมจะต้องเท่ากันหมดที่ 105 คูณ 68 เมตร เพื่อความยุติธรรม นอกจากนี้ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ได้เดินทางมาตรวจสนาม ปรากฏว่าผ่านคลาส เอ จำนวน 5 สนาม และสามารถจัดแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ได้มี 5 สนามคือ นิว-ไอโมบาย สเตเดียม, ชลบุรี สเตเดียม, เอสซีจี สเตเดียม, ลีโอ สเตเดียม และสนามกีฬาธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดทำห้องมอนิเตอร์รูม เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานของการแข่งขัน และเก็บรวบรวมบันทึกการแข่งขันเพื่อนำส่งคณะอนุกรรมการต่างๆ และจากการใช้สปอร์ต เรดาห์ เข้ามาจับการกระทำที่มีพิรุธในฟุตบอลลีก ทำให้ไทยพรีเมียร์ลีก ได้รับคะแนนเต็มจากเอเอฟซี ในเรื่องของความโปร่งใสในการแข่งขันด้วย
นายวรวีร์ ได้กล่าวถึง กรณีสัญญาของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ในการคุมทีมชาติไทยว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการพูดคุยกัน ซึ่งได้ตกลงในหลักการไว้แล้ว คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร ส่วนกรณีที่จะดึง ธีรศิลป์ แดงดา กลับมาช่วยทีมชาติในการแข่งขัน "ซูซูกิคัพ" นั้น คิดว่าต้องหารือกับสโมสรต้นสังกัด ว่าจะสามารถขอให้มาช่วยทีมได้หรือไม่ ส่วนเรื่องเงินอัดฉีดนั้น ยังไม่ได้คิดว่าจะเป็นจำนวนเท่าไหร่ แต่ถ้าหากได้แชมป์คงไม่ต่ำกว่า 5 ล้านแน่นอน สำหรับผลงานของทีมเยาวชนไทย อายุ 19 ปี ที่ตกรอบก่อนรองชนะเลิศนั้น "บังยี" กล่าวว่า ถือว่าทำผลงานได้ดี และหลายคนน่าจะมีความสามารถขึ้นไปติดทีมโอลิมปิกเกมส์ หรือว่าชุดใหญ่ในอนาคตได้





