คืบหน้า แก้ไขปัญหาร้านมอปลาย่าง ได้ข้อยุติแล้ว ให้รื้อออกทั้งหมดภายในเดือนกุมภาพันธ์ปี 58 ดีเดย์ 16 ตุลาคมนี้
ที่ห้องประชุมมูลนิธิเปรมติณสูลานนท์ ได้มีการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาบุกรุกพื้นที่ราชพัสดุริมอ่างเก็บน้ำลำตะคอง หรือมอปลาย่าง โดยในที่ประชุมประกอบไปด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, พ.อ.สมหมาย บุษบา คณะทำงานด้านกฎหมาย กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 2, ผอ.สำนักชลประทานที่ 8, ผอ.แขวงการทาง อ.ปากช่อง, ธนารักษ์จังหวัด, ผอ.ปปท.ภาค 3 และ ผอ.โครงการบำรุงและรักษาอ่างเก็บน้ำลำตะคอง เป็นต้น ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญคือหาข้อสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาร้านอาหารที่บุกรุกพื้นที่ราชพัสดุ ว่าจะให้รื้อออกหรือไม่ ภายหลังจากได้รวบรวมข้อมูลและหลักฐานมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นมา โดยมีกรอบการพูดคุย 3 เรื่อง คือ 1.หารือในข้อกฎหมาย, 2.ประเมินกระแสตอบรับจากสังคมชาวจังหวัดนครราชสีมา และ 3.ชี้แจงข้อมูลรายละเอียดตัวบุคคลผู้บุกรุก ทั้งนี้ได้ใช้เวลาในการประชุมเครียดกว่า 3 ชั่วโมง จึงได้ข้อสรุปที่ชัดเจนออกมาว่า ต้องให้ร้านอาหารรื้อออกจากพื้นที่บริเวณมอปลาย่างทั้งหมด
โดยนายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับร้านอาหารที่มีปัญหาขณะนี้มีอยู่จำนวน 51 ร้าน ผู้ประกอบการ 51 ราย ซึ่งบุกรุกพื้นที่รัฐ 3 ส่วน ได้แก่ ที่ของราชพัสดุ ที่ของกรมชลประทาน และที่ของแขวงการทาง จากการรวมรวมข้อมูลและหลักฐาน ก็มีการกระทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือกอื่น คณะกรรมการฯ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าต้องให้รื้อออกทั้งหมดภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 โดยตนจะออกหนังสือคำสั่งรื้อไปให้ผู้ประกอบการร้านอาหารในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ ส่วนการจะเรียกค่าชดเชย หรือค่าเสียหายนั้น คงทำไม่ได้ เพราะจะเป็นการนำภาษีของประชาชนไปชดเชยให้กับผู้กระทำผิดกฎหมาย แต่ตนก็พร้อมที่จะพูดคุยกับกลุ่มผู้ประกอบการ โดยจะใช้กฎหมายช่วงประกาศกฎอัยการศึก เชิญมาพูดคุยกันอีกครั้ง เพื่อหาทางช่วยเหลือรูปแบบอื่นตามหลักมนุษยธรรม ส่วนช่วงนี้ก็จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ แขวงการทาง อ.ปากช่อง, สำนักชลประทานที่ 8, ราชพัสดุจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งให้องค์การบริหารส่วนตำบลหนองสาหร่าย อ.ปากช่อง ได้ออกคำสั่งให้รื้อถอนตามอำนาจหน้าที่ หากไม่ดำเนินการตนก็จะพิจารณาเอาผิดทางกฎหมายกับหน่วยงานเหล่านั้นต่อไป
นายธงชัย กล่าวอีกว่า ทั้งนี้สำหรับผู้เกี่ยวข้องที่เอาพื้นที่ของรัฐไปให้กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารเช่าต่อ ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด ไม่เว้นผู้มีอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งตนเชื่อว่าผู้ประกอบการทั้ง 51 รายรู้อยู่แล้วว่าที่บริเวณนั้นเป็นพื้นที่สาธารณะ หากรัฐให้เช่าต่อไปก็จะเป็นข้ออ้างให้คนอื่นๆ ขอเช่าพื้นที่สาธารณะได้บ้าง ซึ่งจะทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมาได้ในอนาคต ดังนั้นตนมั่นใจว่าจะคุยกันรู้เรื่อง ซึ่งในเบื้องต้นก็ได้รับการยืนยันว่าจะเลิกกิจการไปแล้ว 1 ราย และพร้อมจะรื้อออกนอกพื้นที่ 46 ราย ส่วนอีก 4 รายยังดื้อรั้นที่จะอยู่ต่อ ซึ่งเราก็เตรียมที่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดแน่นอน





