ศาลจ.ปัตตานีสั่งจำคุกร.ต.ต.นายหนึ่ง สังกัดสภ.เมืองปัตตานี เมื่อวานนี้ (9ต.ค.)ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
กำหนดโทษจำคุก 6 เดือน จากกรณีนายตำรวจคนดังกล่าวปล่อยตัว นายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือ เสี่ยโจ้ จำเลยในคดีอาญาฐานปลอมเอกสารตราประทับของทางราชการโดยพลการ ทำให้นายสหชัยหลบหนี ทั้งๆ ที่ศาลเพิ่งพิพากษาลงโทษนายสหชัยเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน โดยให้จำคุก 1 ปี 9 เดือน และไม่รอลงอาญาแม้จำเลยให้การรับสารภาพ
นอกจากนี้ หัวหน้าศาลจังหวัดปัตตานียังได้มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ศาล เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี กล่าวโทษร้อยตำรวจตรีรายดังกล่าวในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ผู้ถูกคุมขังหลุดพ้นจากการคุมขัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 204 และ 157
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 204 บัญญัติว่า "ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีตำแหน่งหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ที่ต้องคุมขังตามอำนาจของศาล ของพนักงานสอบสวน หรือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา กระทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้ที่อยู่ในระหว่างคุมขังนั้นหลุดพ้นจากการคุมขังไป ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่ 2,000-14,000 บาท
ต่อมา เจ้าหน้าที่ทหาร ทหารพราน และหน่วยข่าว ได้แจ้งไปยังหน่วยในสังกัด และด่านตรวจด่านสกัด ให้เร่งหาตัว นายสหชัย ให้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง โดยบางส่วนได้นำกำลังไปตรวจค้นบ้านคนใกล้ชิดของนายสหชัยด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกชุดหนึ่งได้สอบปากคำ "ร้อยตำรวจตรี" ที่ตกเป็นผู้ต้องหาแทน เบื้องต้นมีรายงานว่าเจ้าตัวยอมรับสารภาพ โดยอ้างว่า "นายสั่ง"
อนึ่ง ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามภัยแทรกซ้อนต่อความมั่นคง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้ควบคุมตัว นายสหชัย หรือเสี่ยโจ้ เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) สหทรัพย์ทวีค้าไม้ เมื่อ 17 มิ.ย.57 เพราะต้องสงสัยว่าเกี่ยวพันกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ของภาคใต้ พร้อมนำกำลังเข้าตรวจค้น หจก.สหทรัพย์ทวีฯ เลขที่ 103/49 ต.บานา อ.เมืองปัตตานี พบหลักฐานแผ่นตรวจลงตราเข้าเมืองปลอมเป็นจำนวนมาก คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายไม้
ต่อมาวันที่ 5 ส.ค.57 เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามภัยแทรกซ้อนฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมสรรพากร และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ได้เข้าตรวจค้นและยึดอายัดทรัพย์สินที่เชื่อว่าเป็นของนายสหชัย ที่ หจก.สหทรัพย์ทวีค้าไม้ อีกครั้ง และได้เปิดตู้นิรภัย พบทรัพย์สินและทองแท่งมูลค่านับร้อยล้านบาท
การเข้าตรวจยึดอายัดทรัพย์สินดังกล่าว เป็นการบังคับคดีจากคดีล้มละลาย คดีแดงเลขที่ 3488/2555 อันสืบเนื่องจากพฤติการณ์เลี่ยงภาษีจำนวน 414 ล้านบาท ซึ่งกรมสรรพากรต้องตามยึดทรัพย์ของนายสหชัย ส่วนการควบคุมตัวนายสหชัยนั้น มีรายงานในเวลาต่อมาว่าเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวเป็นอิสระ แต่ภายหลังเขาถูกดำเนินคดีปลอมแปลงแผ่นตรวจลงตราเข้าเมือง จนถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญาดังกล่าว ทว่าเขาก็หลบหนีไปอีกจากการช่วยเหลือของตำรวจนายหนึ่ง
สำหรับ หจก.สหทรัพย์ทวีค้าไม้ เคยถูกคณะทำงานภัยแทรกซ้อนฯ และเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าตรวจค้นมาก่อนแล้ว เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2555 และสามารถยึดของกลางที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายได้หลายรายการ โดยเฉพาะรถบรรทุกดัดแปลงสำหรับขนน้ำมันได้คราวละ 15,000 ลิตร จำนวน 2 คัน และรถบรรทุกห้องเย็นที่ดัดแปลงสำหรับขนน้ำมันอีก 2 คัน เงินสดสกุลต่างประเทศและเงินบาทไทยประมาณ 23 ล้านบาท รวมทั้งบัญชีรับจ่ายเงินที่เชื่อกันว่าเป็นบัญชีส่วยสำหรับจ่ายเจ้าหน้าที่
อย่างไรก็ดี หลังการตรวจค้นในครั้งนั้น ปรากฏว่าคดีไม่มีความคืบหน้า โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนายสหชัย ทำให้นายสหชัยเปิดแถลงข่าวที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2555 ยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับการค้าไม้เถื่อนและน้ำมันเถื่อนตามที่ถูกกล่าวหา รวมทั้งไม่เคยให้การสนับสนุนกลุ่มก่อความไม่สงบในการก่อเหตุรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย





