วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปท.ถกร่วมดีเอสไอ-ปปง.ตรวจสอบโกงสนามฟุตซอล

ป.ป.ท.นัดประชุมร่วมดีเอสไอ-ปปง. วางแผนปูพรมตรวจสนามฟุตซอล11จังหวัด101โรงเรียน หวั่นครูถูกสอบไม่ต่ำกว่า600คน

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา วงเงินกว่า 600 ล้านบาทว่า ในสัปดาห์หน้าจะเริ่มประชุม 3 ฝ่าย ระหว่างป.ป.ท. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อวางแผนการทำงานและกระจายกำลังตรวจสอบการก่อสร้างทั้งโครงการ 101 โรงเรียนใน 11 จังหวัด โดยจะตรวจสอบตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง คุณภาพ และการใช้ประโยชน์ ในส่วนของป.ป.ท.จะเน้นการตรวจสอบความผิดในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนบุคคลภายนอกเช่นบริษัทเอกชนเป็นหน้าที่ของดีเอสไอ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ป.ป.ท.ยังตรวจสอบไปไม่ถึงความเชื่อมโยงกับนักการเมือง แต่เบื้องต้นพบมีบริษัทเอกชน 4-5 บริษัทเกี่ยวข้องกับการประมูลงาน

เลขาธิการป.ป.ท. กล่าวต่อว่า กลุ่มครูในโรงเรียนที่ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการตรวจรับงานและคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องการประมูลแบบอี-อ๊อคชั่นโรงเรียนละประมาณ 6 คน ต้องถูกตรวจสอบเพราะมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง เฉพาะในพื้นที่จ.นครราชสีมา มีโรงเรียนที่ได้รับงบก่อสร้าง 50 โรงเรียน ดังนั้น อาจมีครูต้องตรวจสอบมากถึง 300 คน แต่หากตรวจสอบทุกโครงการ 101 โรงเรียน จะมีครูถูกตรวจสอบมากถึง 600 คน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของครูที่ตรวจรับงานตามขั้นตอนหากมีการรวมตัวกันให้ความร่วมมือในการส่งมอบข้อมูล ตามกฎหมายป.ป.ท.และป.ป.ช. ได้เปิดช่องให้กันไว้เป็นพยานได้ ซึ่งขณะนี้ทราบว่ามีโรงเรียนแห่งหนึ่งที่จ.นครราชสีมาได้ยื่นหลักฐานให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน นครราชสีมา ตรวจสอบการก่อสร้างเพราะพบความผิดปกติในการใช้งบจริง

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตอาจมีการซื้อขายงบประมาณที่ได้จากการแปรญัตติของส.ส. เนื่องจากงบประมาณบางส่วนถูกจัดสรรไปให้บางจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางนั้น นายประยงค์ กล่าวว่า ป.ป.ท.ยังไม่มีข้อมูลในเรื่องดังกล่าว เพราะเพิ่งเริ่มต้นตรวจสอบในพื้นที่ แต่ยอมรับว่างบแปรญัตติมีช่องโหว่ที่ไม่สามารถกำหนดทิศทางการใช้งบได้มากนัก ซึ่งจุดนี้มองว่าในการปฏิรูปประเทศควรหยิบยกเรื่องการใช้งบส่วนนี้มาพิจารณาเพื่อป้องกันการใช้จ่าย ทั้งนี้ หลังการลงพื้นที่นำร่องในจ.นครราชสีมา แล้วจะเร่งเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ท.ให้พิจารณาทันที ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถสรุปผลการตรวจสอบทุกโครงการได้