วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวนาวอนปรับราคาข้าวหลังหยุดทำนาแล้ว

ชาวนาวอนให้รัฐช่วยปรับราคาข้าว หลังมีนโยบายให้ชาวนาหยุดทำนา 6 เดือน ใน 22 จังหวัด ระบุ ยังไม่รู้จะไปทำอะไร

กรณีที่กรมชลประทานเสนอคณะรัฐมนตรีให้ชาวนาหยุดทำนาปรัง เป็นระยะเวลา 6 เดือน ใน 22 จังหวัด โดยให้ชาวนาหันไปใช้แรงงานตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลแทน เนื่องจากปัจจุบันน้ำในเขื่อนหลายเขื่อนมีปริมาณที่น้อย และเพื่อแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากภัยแล้งนั้น

เมื่อเวลา 09.00 น. นายจินดา อุ้มญาติ อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 22/3 หมู่ 2 ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ตนเองทำนา 40 ไร่ หากขาดน้ำจะประสบปัญหาเพราะการปลูกข้าวนั้นต้องใช้น้ำเป็นหลัก หากต้องหยุดทำนาตนก็ไม่รู้จะไปทำอะไร อยากจะทำบ่อบัวก็ยังไม่ทราบตลาดที่ต้องการและถ้าหันไปปลูกแตงโมก็ไม่แน่ว่าจะได้ผลผลิตที่ดี เนื่องจากเราไม่มีความรู้ในการปลูกพืชประเภทอื่นเนื่องจากเราทำนามานานแล้ว ถนัดด้านการทำนาที่สุด ถ้าเกิดภาวะขาดน้ำจริงๆ ตนก็คงต้องหยุด ทั้งนี้ปัญหาราคาข้าวนั้นต่ำมาก ตนทำนาลงทุนไร่ละประมาณ 5500 ถึง 5600บาท ขายข้าวได้เกวียน 6000 ถึง 7000 บาท ก็ไม่พอใช้ อยากให้รัฐบาลช่วยเรื่องของราคาข้าว ให้ได้ราคาถึง 10,000 บาท หากหักความชื้นก็จะเหลือ 9,000 บาท ชาวนาก็จะอยู่ได้

ส่วนด้านนางสมใจ แถววงษ์ อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ 2 ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ตนเองทำนา 500 ไร่ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งหากเกิดสภาวะภัยแห้งขาดน้ำจริงๆตนก็คงต้องหยุดทำนา เนื่องจากหากฝืนทำข้าว ข้าวในนาก็จะขาดน้ำและก็ตายซึ่งยิ่งทำให้ขาดทุน

ทั้งนี้ตนเองเคยประสบภัยแล้งมาแต่ก็ผ่านมาได้เพราะว่านาของตนนั้นใกล้กับแม่น้ำอีกทั้งมีคูคลองไหลผ่านทำให้สามารถสูบน้ำมาใช้ได้อย่างพอเพียง แต่หากนาข้าวที่อยู่ไกลจากแหล่งนาก็จะมีปัญหา ทั้งนี้หากแก้ปัญหาที่น้ำไม่เพียงพอต่อการปลูกข้าวตนคงต้องหยุดทำนาไประยะหนึ่ง แต่จะให้ไปปลูกพืชประเภทอื่นก็คงไม่ได้เหมือนกัน ทั้งนี้ตนอยากจะให้รัฐบาลช่วยเรื่องราคาข้าวให้สูงกว่านี้หากหยุดทำนาไปแล้วชาวนาก็จะขาดรายได้ เมื่อกลับมาทำนาแล้วได้ข้าวราคาดีก็จะทำให้ชาวนามีกำไร ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ชาวนาเป็นอย่างมาก