ชาวบ้านวอนช่วยเหลือถูกสวมสิทธิ์ที่ดิน ออกฉโนดขาย หลังร้องศูนย์ดำรงธรรมกลับไม่คืบ
ด้านมรภ.ชัยภูมิไอเดียเจ๋งเปิดศูนย์ให้คำปรึกษาประชาชนด้านกฏหมายพร้อมยื่นมือเข้าช่วย
จากกรณีของครอบครัวของ นางรัตนา วังสระ วัย 50 ปี ชาวบ้านหมู่ 15 ต.นาฝาย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ พากันหอบลูกพร้อมสามีเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ นายบุญส่ง วรสิงห์ ในฐานะผอ.ศูนย์ให้คำปรึกษาประชาชนด้านกฎหมาย ของมหาวิทยาลัยราชภัฎชัยภูมิ (มรภ.ชัยภูมิ) ให้ช่วยกรณีถูกยักยอกที่ดินทำกินของตนเองมรดกชิ้นสุดท้ายของชีวิตมีที่อยู่เพียง 60 ตร.ว. ที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจากสถานีอนามัยตำบลนาฝาย และมีการถูกนำไปแอบอ้างออกโฉนดออกบ้านเลขที่ทับซ้อนในเลขที่ 23 หมู่ 15 ต.นาฝาย และถูกนำไปขายให้ต่อกับผู้อื่นได้อย่างไรในปัจจุบัน หลังเคยพาสามีและลูกเดินทางเข้ายื่นร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ต่อศูนย์ดำรงธรรมจ.ชัยภูมิ มาแล้วนานกว่า 2 สัปดาห์เรื่องก็ยังไม่คืบ หลังรับเรื่องแจ้งเพียงว่าเป็นเรื่องที่จะต้องไปหาทนายสู้คดีฟ้องร้องกันเอาเองซ้ำอีก หลังจากที่ขณะนี้ด้านนายทุนดังกล่าวพยายามที่จะมาฟ้องขับไล่ตนออกจากพื้นที่ของตนเองได้อย่างไร
ซึ่งนางรัตนา วังสระ เจ้าของที่ดินตัวจริงที่อยู่ดีๆต้องมาเจอปัญหาที่ดินของตนเองหายไปตกเป็นของคนอื่นครั้งนี้ เปิดเผยว่า ที่ดินแปลงนี้เดิมตนเองทำกินเสียภาษีที่ดินตามใบ ภ.บท.5 มานานหลายสิบปี ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2541 และต่อมาหลังติดตามเรื่องว่าที่ดินแปลงนี้ของตนเองหายไปไหนได้อย่างไร จึงมาพบว่ามีการนำที่ดินแปลงนี้ของตนไปดำเนินการแจ้งความหายเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ปี 2550 และมีการนำไปแจ้งว่ามีผู้ได้รับมอบอำนาจจากตนเองให้นำที่ดินแปลงนี้ไปขึ้นทะเบียนออกเป็นโฉนดแทนมาตั้งแต่ปี 2553 ได้อย่างไร
ซึ่งตนเองยังอยู่ครอบครองที่ดินดังกล่าวและเข้ามาทำกินอาศัยต่อเนื่อง และมาจนปัจจุบันที่ดินดังกล่าวของตนเองตกไปเป็นของคนชื่อ นางวิจิตรา คงนาวัง ได้อย่างไรที่ไม่ใช่เจ้าของตัวจริง ซึ่งเรื่องนี้ต้องการขอความเป็นธรรมต่อทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย และยังกลับมีการมาข่มขู่ว่าจะฟ้องร้องและจะมีหมายศาลเข้ามาบังคับให้ใครที่เข้ามาอยู่ที่ดินแปลงนี้ที่ตั้งอยู่เลขที่ 23 หมู่ 15 ต.นาฝาย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ให้ออกจากพื้นที่โดยเร็ว ซึ่งเรื่องกรณีนี้ถ้ามีหมายศาลมาก็ขอความเป็นธรรมต่อศาลด้วยเพราะตนเองไม่รู้เรื่องเลยเพราะอยู่ดีๆที่ดินตนเองตกไปเป็นของคนอื่น
และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและฝากขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชนผ่านไปยังหน่วยงานทางกฎหมาย ช่วยเหลือในเรื่องนี้ด้วยเพราะเราชาวบ้านไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้ว ซึ่งโชคยังดีที่ยังมีหน่วยงานสถานศึกษา รภ.ชัยภูมิ ที่มีมุมเปิดเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาประชาชนด้านกฎหมายในครั้งนี้ ได้พร้อมที่จะจัดหานักกฎหมายที่จะเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องนี้ด้วย
ขณะที่ด้านนายบุญส่ง วรสิงห์ อาจารย์นักวิชาการด้านกฎหมาย ในฐานะผอ.ศูนย์ให้คำปรึกษาประชาชนด้านกฎหมาย ของมรภ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า ต่อจากนี้ไปหลังรับเรื่องจากนางรัตนา วังสระ แล้ว ซึ่งเป็นกรณีการเข้ามาขอความช่วยเหลือเรียกร้องสิทธิ์ตามความชอบธรรมของเจ้าของที่ดินตัวจริง ซึ่งทางสถาบันมรภ.ชัยภูมิ มีการเปิดศูนย์ช่วยเหลือประชาชนด้านกฎหมายมานานในลักษณะนี้มานานแล้วตั้งแต่ตั้งสถาบันที่ จ.ชัยภูมิมาเกือบจะเข้า 14 ปีแล้ว ที่ต้องการให้นักศึกษา ประชาชนทุกกลุ่มได้เข้ามามีส่วนร่วมกับสถาบันมากขึ้นในการช่วยเหลือมีส่วนร่วมกับสังคมกับรั้วโรงเรียนในลักษณะศูนย์ให้คำปรึกษาด้านกฏหมายให้กับประชาชนในพื้นที่ให้ต่อเนื่องมากขึ้น และควบคู่การเรียนการสอนได้เรียนรู้เรื่องราวปัญหาโดยตรงในข้อกฎหมายให้นักศึกษามีความเชี่ยวชาญก่อนจบออกไปและมีประสบการณ์จริงระหว่างเรียนได้เพิ่มากขึ้นด้วย
ซึ่งกรณีนี้เป็นการเรียกร้องสิทธิ์ ที่ต่อไปเราจะมีการช่วยเหลือด้านนักกฏหมายเพื่อเข้าไปดำเนินการสู้คดีเพิ่มเติม ที่เดิมการที่อาจจะไปมีการฟ้องร้องมาก่อนหน้านี้ ว่าผู้ที่ชนะคดีมาไม่ใช่เจ้าของที่ดินตัวจริง และจะมาบังคับคดีให้ออกจากที่ดินของเจ้าของที่ดินตัวจริงก็จะได้พิสูจน์กันต่อไปได้ตามหลักฐานต่อไป และขอให้ศาลระงับการบังคับคดีในการหน้านี้มาก่อนได้ เพราะเจ้าของที่ดินตัวเองมาแล้ว ส่วนใครจะไปขายใครผ่านมือใครไปแจ้งความและรับมอบอำนาจไปดำเนินการโดยไม่ได้รับความยินยอมรู้เห็นจากเจ้าของที่ดินตัวเองก็ต้องว่ากันในชั้นศาลเพื่อช่วยกันพิสูจน์ความจริงในเรื่องนี้ให้จ่างต่อไป
ซึ่งบ้างส่วนด้านปัญหากฎหมาย ชาวบ้านอาจจะไม่รู้และยังขาดการเข้าถึงอีกจำนวนมาก และจากนี้ไปส่วนหนึ่งของสถาบันการอุดมศึกษาหลัก รภ.ชัยภูมิ จากนี้ไปก็พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประชาชนที่มีปัญหาในด้านกฏหมายต่อไปด้วย และหากใครมีปัญหาก็สามารถเข้ามาหาเราได้ตลอดจากนี้ไปซึ่งบางคนยังไม่ทราบว่าเรามีจุดนี้ จากนี้ไปก็ขอฝากประชาสัมพันธ์ให้กับมหาวิยาลัยราชภัฎชัยภูมิในครั้งนี้ด้วย





