วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งปิดโรงเรียน'โรคตาแดง'ระบาดหนัก

โรคตาแดงระบาดหนัก ผอ.โรงเรียนที่อ่างทอง สั่งปิดเรียน ส่วนชาวบ้านจระเข้ร้อง อ.ไชโย หวั่นน้ำทะลักเข้าบ้าน

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 2 ก.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังโรงเรียนวัดบุญเกิด ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ต.โพธิ์รังนก อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจากนายสมนึก ยอดขำ ผู้อำนวยการชำนาญการโรงเรียนวัดบุญเกิดว่า ตอนนี้ทางโรงเรียนได้สั่งเปิดการเรียนการสอนเนื่องจากมีเด็กนักเรียนเป็นโรคตาแดงจำนวนมาก หลังจากเดินทางไปตรวจสอบก็พบว่ามีเด็กนักเรียนชายที่ถูกกักบริเวณอยู่ในอาคารนอนจำนวน 8 คน และเด็กนักเรียนหญิงถูกกักบริเวณอยู่ในเรือนนอนอีก 30 คน นอกจากนั้นยังพบเด็กนักเรียนที่ยังไม่ได้เป็นโรคตาแดงทำกิจกรรมอยู่นอกเรือนนอนอีกหลานคน

จากการสอบถามนายสมนึก กล่าวว่า ตอนนี้เด็กนักเรียนที่อาศัยอยู่ที่โรงเรียนจะเป็นเด็กชาวเขาที่พ่อแม่ส่งมาให้เรียนโดยพบว่าตอนนี้เด็กนักเรียนเป็นโรคตาแดงกว่า 10 คนแล้วตนจึงรายงานให้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดอ่างทองให้ทราบและได้ทำการสั่งปิดโรงเรียนก่อน 3 วัน เพื่อคัดกรองเด็ก ในเบื้องต้นได้ประสารไปยังสาธารณสุขอำเภอแล้วและเด็กที่เป็นโรคตาแดงจะแยกให้อยู่ในห้องนอนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดระบาดไปยังเด็กคนอื่นอีก ส่วนที่เหลือก็แยกขึ้นไปอยู่บนอาคารเรียนไปพลางๆก่อน สำหรับโรงเรียนนี้มีเด็กนักเรียนอยู่ 112 คน เด็กที่เป็นจะเป็นตั้งแต่ชั้น ป.1ถึง ป.6

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหลับสาเหตุที่เกิดการระบาดของโรคตาแดงในครั้งนี้เนื่องจากมีเด็กนักเรียนที่อยู่ในหมู่บ้านเป็นและมาโรงเรียนจนมาติดเพื่อนๆจึงระบาดกันและนอกจากนั้นอนนี้ในหมู่บ้านยังพบว่าเป็นโรคตาแดงกันอีกหลายคนด้วย

ชาวบ้านผวาถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาทรุดหลังน้ำเหนือไหลหลากหวั่นน้ำทะลักเข้าบ้าน

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่ที่ 4 ต.จระเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง ว่าบริเวณถนนคอนกรีตเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาภายในหมู่บ้านเกิดอาการทรุดตัวพังลงทำให้รถยนต์และจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรไป-มาได้ ภายหลังการรับแจ้งร้องเรียนผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบในสถานที่ดังกล่าว

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีชาวบ้านต่างมาดูถนนคอนกรีตที่ทรุดตัวแตกร้าว ดินสไสด์ทำให้ถนนพังเป็นระยะทางยาวกว่า 50 เมตร กว้าง 3.50 เมตร ลึกกว่า2 เมตร ลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยากว่าครึ่งถนน ผิวถนนคอนกรีตแตกพังออกจากกัน จนรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปได้

จาการสอบถามนางส้มผิน สิงห์ทอง อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 ม.4 ต.จระเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง ซึ่งมีบ้านอยู่ติดกับถนนคอนกรีตเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เล่าถึงเหตุการณ์ที่ถนนคอนกรีตทรุดแตกจนไม่สามารถสัญจรได้ ว่า เช้ามืดของวันที่ 31 สค.57 เวลาประมาณ 05.30 น.ที่ผ่านมา ขณะกำลังตื่นขึ้นมาทำอาหารเช้า ได้ยินเหมือนฟ้าถล่ม จึงเดินออกมาดูพบว่าถนนคอนกรีตเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าบ้านได้พังทรุดตัวลง ขนาดมีเสาเข็มกั้นพร้อมเหล็กเส้นตรึงถนนไว้แล้ว ยังพังอีก และตอนนี้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็ขึ้นอย่างต่อเนื่องหากน้ำขึ้นถึงถนนเกรงว่าน้ำจะทะลักเข้าหมู่บ้านได้

สำหรับถนนคอนกรีตเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นถนนที่ประชาชนใช้สัญจรไป-มาระหว่างอำเภอเมืองอ่างทอง ถึงอำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร และเป็นคันกั้นน้ำท่วม ในช่วงหน้าน้ำหลาก โดยหลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยา ที่จังหวัดชัยนาท เร่งระบายน้ำ เพื่อรองรับปริมาณน้ำทางเหนือที่จะมาเพิ่มเติมเหนือเขื่อน ทำให้ระดับน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ผ่านอำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง เพิ่มสูงขึ้น จนทำให้ดินที่อยู่ใต้ถนนคอนกรีตเกิดสไสด์ตัวลงแม่น้ำเจ้าพระยา จงถนนคอนกรีตเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาพังดังกล่าว อย่างไรก็ตามทางเทศบาลและทางอำเภอได้ลงมาตรวจสอบแล้ว