วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

น้ำทะลักท่วมเชียงใหม่-โคราช-อุตรดิตถ์-พิจิตร

ฝนกระหน่ำภาคเหนือ เชียงใหม่น้ำทะลักท่วมเขตเทศบาล ขณะน้ำป่าทะลักท่วมหลายพื้นที่อุตรดิตถ์เสียหาย

น่านประกาศพิบัติภัยน้ำท่วม 5 ตำบล 3 อำเภอ เตือนบ่อเกลือเสี่ยงดินทับบ้านเรือน ขณะที่พิจิตร น้ำป่าบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนทับคล้อ 30 หลังคาเรือน ส่วนนครราชสีมาน้ำทะลักท่วมตัวเมือง ชัยภูมิน้ำท่วมไร่นาเสียหายหนัก

สถานการณ์ฝนที่ตกหนักติดต่อกันในหลายพื้นที่ของประเทศ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ทางการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกต่อเนื่อง 3 วัน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านเรือน โรงเรียนและนาข้าว โดยที่จ.อุตรดิตถ์ ได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง

นายเวช อ่อนคง นายก อบต.ด่านแม่คำมัน อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ กำนันและผู้ใหญ่บ้าน เร่งสำรวจเพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้านหมู่ 3 บ้านห้วยทราย ที่ถูกน้ำป่าจากภูเขาในอำเภอลับแล และเขาห้วยแม่แก้ว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เข้าท่วมบ้านเรือน โดยบางจุดระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ทรัพย์สินจำนวนมาก ทั้งเครื่องยนต์การเกษตร ปุ๋ยเคมี และเมล็ดพันธุ์ข้าวจนน้ำเสียหาย

นอกจากนี้น้ำยังได้เข้าท่วมนาข้าว ที่กำลังตั้งท้องในพื้นที่หมู่ 1 หมู่ 3 หมู่ 5 หมู่ 6 และหมู่ 7 ต.ด่านแม่คำมัน อีกนับพันไร่ รวมทั้งสนามกีฬา อาคารเรียน หอประชุม ห้องสมุด ของโรงเรียนบ้านห้วยขมิ้น ในเขตเทศบาลตำบลพระเสด็จ อ.ลับแล คาดว่าหากฝนยังไม่หยุดตก ระดับน้ำยังไม่ลดระดับลง โรงเรียนบ้านห้วยขมิ้นอาจต้องประกาศหยุดเรียน

น่านประกาศพิบัติภัยน้ำท่วม5ตำบล

นายนิธิวัฒน์ นิธินันท์ธาร ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำป่าหลากท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอว่า ส่วนใหญ่คลี่คลายแล้ว และจังหวัดได้ประกาศเป็นพื้นที่พิบัติภัย เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือตามระเบียบราชการได้อย่างรวดเร็วกว่า 700 หลังคาเรือน คือ ต.อวน อ.ปัว, ต.เปือ ต.เชียงกลาง อ.เชียงกลาง และ ต.ทุ่งช้าง ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง เบื้องต้นได้นำถุงยังชีพเข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ส่วนการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายและสาธารณูปโภคอยู่ระหว่างสำรวจ

นอกจากนี้ ที่น่าเป็นห่วงคือ ปัญหาดินโคลนถล่ม เนื่องจากฝนตกหนักมาหลายวัน ดินชุ่มน้ำมาก เสี่ยงเลื่อนไหลลงมาได้ง่าย ทั้งนี้มีดินไหลปิดทับเส้นทางแล้วที่ อ.ทุ่งช้าง บริเวณโรงเรียนบ้านน้ำสอด หมู่ 12 ต.ทุ่งช้าง และบ้านเวร-ห้วยโก๋น-บ้านเปียงก่อ ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยเฉพาะบ้านบ่อหลวง หมู่ 1 ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ

นายวิรัช วรรณมาลิกพันธ์ นายอำเภอ ได้ให้ชาวบ้านย้ายออกนอกพื้นที่ชั่วคราว เพราะมีความเสี่ยงที่จะถูกดินไหลทับบ้าน 8 หลัง พร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับเทศบาลตำบลบ่อเกลือใต้ ช่วยกันขยายเปลี่ยนเส้นทางน้ำ เพื่อชะลอการทรุดของดิน และนำไม้มากั้นไว้ก่อน ระหว่างรองบประมาณจากกรมทางหลวงในการก่อสร้างพนังกั้น

น้ำท่วมในเทศบาลเชียงใหม่

ด้านจ.เชียงใหม่ ในเขตอ.เมืองเชียงใหม่ น้ำที่ระบายลงสู่ลำคลองแม่ข่าระบายสู่แม่น้ำปิงไม่ทัน ทำให้น้ำไหลเข้าท่วม ชุมชนกาดก้อม ซึ่งอยู่ห่างจากประตูเชียงใหม่ไปทางทิศใต้ราว 500 เมตร โดยเฉพาะถนนสุริยะวงศ์ ถนนสุริยะวงศ์ ซอย 5-7 และถนนนันทารามซอย 5 ที่มีปริมาณน้ำท่วมขังสูงสุดถึง 70 เมตร ทำให้การสัญจรไปมายากลำบาก บางเส้นทางไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และพบว่ารถจักรยานยนต์ได้เกิดเครื่องดับในขณะที่ผู้ขับขี่พยายามขับรถลุยน้ำไป เนื่องจากปริมาณน้ำสูงกว่าท่อไอเสียของรถ ส่วนร้านค้าต่างๆ ได้ปิดร้านจำนวนมากและหลายร้านได้นำกระสอบทรายมากั้นบริเวณหน้าร้านเนื่องจากน้ำได้เอ่อล้นเข้าไปภายในร้าน ส่วนประชาชนต่างเดินลุยน้ำไปซื้ออาหารมารับประทาน

จับตา3น้ำตกใหญ่หวั่นน้ำป่าทะลัก

นายอัมพร ปานมงคล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันที่ 31 ส.ค.ทางอุทยานฯ ได้สั่งปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมบริเวณน้ำตกแม่สา น้ำตกตาดหมอก เขตอำเภอแม่ริม และน้ำตกหมอกฟ้า เขตอำเภอแม่แตง จ.เชียงใหม่ เนื่องจากเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น เกิดฝนตกอย่างหนักในพื้นที่จ.เชียงใหม่ โดยหน่วยวัดปริมาณน้ำฝนที่น้ำตกตาดหมอกวัดได้ 60 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากดอยสุเทพ-ปุย ทำให้แม่น้ำลำธารต่างๆมีระดับน้ำสูงขึ้นและเชี่ยวกราก โดยเฉพาะบริเวณน้ำตกทั้ง 3 แห่ง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทางอุทยานฯจึงสั่งปิดให้เข้าเที่ยวชมน้ำตกเป็นการชั่วคราว

ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ แจ้งว่า วันนี้(31 ส.ค.) ภาคเหนือยังคงมีเมฆมาก มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไปเกือบทั่วไป 80% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง แพร่ สุโขทัย กำแพงเพชร และพิษณุโลก ทั้งนี้คาดว่าในช่วงวันที่ 31 ส.ค.- 6 ก.ย. จะยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป 70-80% ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง

น้ำท่วมขยายวงกว้างที่พิจตร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์และฝนที่ตกลงในพื้นที่จนทำให้น้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตเทศบาลตำบลทับคล้อ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ทั้่งนี้น้ำยังคงมีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยน้ำที่ไหลผ่านคลองทับคล้อได้ล้นตลิ่งเอ่อเข้าท่วมบริเวณลานวัดมงคลทับคล้อ พระอารามหลวง และน้ำยังเอ่อเข้าท่วมถนนภายในซอยต่างๆ ร้านค้า บ้านเรือนประชาชนภายในชุมชนวัดมงคลทับคล้อ กว่า 30 หลังคาเรือน ระดับน้ำมีตั้งแต่ 20 ถึง 40 เซนติเมตร แล้วแต่พื้นที่สูงต่ำที่แตกต่างกัน ชาวบ้านต้องเร่งเก็บของมีค่าไว้บนที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายนอกจากนี้น้ำยังเอ่อเข้าท่วมพืชผลทางการเกษตร

สำหรับน้ำที่ท่วมพื้นที่ชุมชนในเขตตำบลทับคล้อ เกิดจากน้ำฝนที่ตกในพื้นที่และน้ำป่าจากเทือกเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ ไหลลงสู่พื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำ เนื่องจากน้ำดังกล่าวมีปริมาณมากทำให้ระบายไม่ทันจึงล้นท่วมพื้นที่ดังกล่าว ขณะที่ทางส่วนงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำลงสู่ตอนใต้เพื่อเร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุดเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมกับประกาศแจ้งเตือนและสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป

โคราชน้ำทะลักท่วมเขตเทศบาล

ส่วนที่ภาคอีสานผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้น้ำระบายไม่ทันล้นตะลิ่งลำตะคองเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา หลายชุมชน โดยเฉพาะชุมชนสุรนารายณ์-บ้านเก่า หลังสำนักงานสรรพากรภาค 9 เขตเทศบาลนครนครราชสีมา มีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 30 เซนติเมตร ทำให้ ปภ.และเจ้าหน้าที่เทศบาลนครนครราชสีมา ต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลขนาดใหญ่ 2 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากชุมชนให้ไหลไปสู่พื้นที่การเกษตร

นอกจากนี้ในบางพื้นที่บริเวณที่มีน้ำท่วมขังชาวบ้านสามารถเก็บแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ที่หลุดได้เป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ ปภ.นำป้ายทะเบียนทั้งหมดมาเรียงไว้บริเวณเครื่องสูบน้ำ เพื่อรอเจ้าของทะเบียนรถยนต์มาติดต่อขอคืน สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมชุมชนนี้เป็นน้ำท้ายเขื่อน ซึ่งไหลมาจากพื้นที่การเกษตร และมารวมในลำตะคองผ่านตัวเมืองนครราชสีมา ทำให้เกิดปัญหาน้ำล้นตลิ่งหลายจุด หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มในพื้นที่อีกคาดว่า 1-2 วันนี้ ระดับน้ำก็จะลดเข้าสู่ภาวะปกติ

เตรียมอพยพประชาชนที่ชัยภูมิ

ส่วนที่จ.ชัยภูมิ น้ำป่าจากเทือกเขาพังเหยทะลักเข้าท่วมพืชไร่นามันสำปะหลังของชาวบ้านเสียหายเป็นวงกว้างแล้วกว่า 1,000 ไร่ จนต้องพากันเร่งช่วยกันดำน้ำเก็บหัวมันก่อนเน่าเสียหายขาดทุน ในพื้นที่ ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ สร้างความเสียหายแล้วกว่า 1,000 ไร่ และยังคงขยายวงแล้วต่อเนื่อง ใกล้หลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในอีกหลายหมู่บ้านใกล้เคียงอีกจำนวนมาก

น.ส.รัชต์รวีย์ จันณรงค์ อายุ 33 ปี บ้านเลขที่4/1 ม.3 ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า ขณะนี้ผลกระทบจากน้ำป่าทะลักเข้าพื้นที่ยังคงมีเข้ามาต่อเนื่อง ชาวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือน ต้องช่วยระดมเพื่อนบ้านให้มาช่วยดำน้ำเก็บถอนหัวมันสะปะหลัง และนาข้าวที่กำลังตั้งท้องใกล้ออกรวงที่จมอยู่ใต้น้ำขึ้นมาโดยเร็ว ก่อนที่หัวมันจะเน่าเสียหายขาดรายได้ไปอีกจำนวนมากเป็นวงกว้างแล้วมากกว่า 1,000 ไร่ เพื่อรีบนำไปขายก่อนกำหนด

ด้าน นายมหันต์ ชาติชนะ กำนันตำบลโคกสะอาด เตือนชาวบ้านให้เฝ้าระวังน้ำป่าท่วมฉับพลันในพื้นที่ ช่วงนี้ระดับน้ำในลำชีและลำห้วยเชียงทา ก็ยังคงเพิ่มระดับสูงขึ้นต่อเนื่องพร้อมกับให้เตรียมความพร้อมเพื่อขนสิ่งของที่จำเป็นขึ้นไปหลบในพื้นที่สูงทันที

“โดยเฉพาะบ้านหนองม่วง ม.6 และม.3 ต.โคกสะอาด ในช่วงนี้ฝนยังตกหนักลงมาต่อเนื่องและเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันจึงต้องแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่รีบขนของขึ้นที่สูงไว้ก่อน" นายมหันต์ กล่าว