ปภ.จังหวัดภาคเหนือสั่งเฝ้าระวังเหตุอุทกภัยแม้กลับสู่ภาวะปกติ ขณะที่ปภ.เชียงรายสั่งเร่งค้นหาผู้สูญหาย 2 ราย
นายสัลเลข คำใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พะเยา กล่าวว่า แม้ขณะนี้ปริมาณฝนลดลงและวันนี้(30 ส.ค.) ฟ้าเปิดและฝนไม่ตก แต่ได้แจ้งเตือนประชาชนในทุกพื้นที่ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันไว้แล้ว เนื่องจากเมื่อวาน (29 ส.ค.) ปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ จ.พะเยา มีปริมาณไม่มากแต่เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ ต.งิม อ.ปง ซึ่งเหตุเกิดราว 2 ชั่วโมงเท่านั้น แต่พบว่าปริมาณน้ำสูงถึง 1.5 เมตร จึงทำให้เกิดความเสียหายมาก
ขณะเดียวกัน ได้ระดมเจ้าหน้าที่ช่วยกันทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 4 หมู่บ้านของ ต.งิม อ.ปง ที่ได้รับผลกระทบกว่า 600 หลังคาเรือน และมีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 1 หลัง เสียหายบางส่วน 4 หลัง มีพื้นทีทางการเกษตรเสียหายกว่า 700 ไร่ โดยเฉพาะนาข้าวที่มีเศษไม้และดินโคลนทับถมทำให้เสียหายจำนวนมาก
นายสว่าง ม่อมดี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและเบาเทาสาธารณภัย จ.เชียงราย กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุด วันนี้ (30 ส.ค.) ทุกพื้นที่ของจังวัดเชียงรายเริ่ม กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วหลังจากเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากเมื่อวาน (29 ส.ค.) ที่ผ่านมา ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำหลายสายเริ่มลดระดับลง หากไม่มีฝนตกลงมาอีกในช่วง 1-2 วันนี้จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติในทุกพื้นที่ แต่ในพื้นที่ ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง ต.แม่เปา และต.ตาดควัน อ.พญาเม็งราย ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ซึ่งได้แจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมพร้อมอพยพแล้วหากเกิดฝนตกหนักลงมาอีกครั้ง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเมื่อฝนตกหนัก ลักษณะของน้ำป่าจะมาเร็วไปเร็ว ทำให้บ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวถูกน้ำป่าพัดเสียหายไปแล้วหลายหลัง
ส่วนความเสียหายเบื้องต้นในพื้นที่ จ.เชียงราย พบว่ามีความเสียหายถึง 10 อำเภอ มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบกว่า 2,000 หลังคาเรือน พื้นที่ทางการเกษตรได้รับผลกระทบกว่า 6,000 ไร่ โดยที่เสียหายมากที่สุดจะเป็นพื้นที่ อ.พญาเม็งราย อ.แม่ฟ้าหลวง อ.เวียงเชียงรุ้ง และ อ.แม่จัน ทั้งนี้พบมีผู้สูญหาย 2 ราย ในเขตพื้นที่ ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย มีผู้สูญหาย 1 ราย และพื้นที่ อ.เมือง อีก 1 ราย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเร่งดำเนินการค้นหาแล้ว และทาง ปภ.ได้เร่งตรวจสอบความเสียหายเพื่อเตรียมช่วยเหลือเยียวยาต่อไป





