"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ยังไม่ส่ง "กุน" เซร์คิโอ อาเกโร ลงหัวหอกตัวจริงทำศึกบิ๊กแมทช์กับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล
ในศึกพรีเมียร์ลีกวันที่ 25 ส.ค. แต่ แฟรงค์ แลมพาร์ด กองกลางตัวเก๋าพร้อมลงหวด ด้านทีมเยือนมี ลาซาร์ มาร์โควิช ปีกดาวรุ่งกลับสู่ทีมชุดใหญ่ ขณะที่ "ปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด เตรียมเบอร์ 7 ให้กับ อังเคล ดิ มาเรีย ส่วน อาร์แซนเวนเกอร์ ชมลูกทีม "ปืนโต" อาร์เซนอล ฮึดบุกไล่ตีเสมอ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดมันเดย์ ไนท์ คืนวันที่ 25 ส.ค. เป็นเกมบิ๊กแมทช์ พรีเมียร์ลีก "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี แชมป์ปีที่แล้ว เปิดสนามอิติฮัตรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล รองแชมป์ ในเวลา 02.00 น. โดยเกมนี้เจ้าถิ่น ยังคงไม่มี เอเลียคิม มองกาลา กองหลังตัวใหม่ เนื่องจากเพิ่งจะเข้ามาร่วมทีมยังไม่ฟิตพอ แต่น่าจะมี พาโบล ซาบาเลตา กลับมาช่วยทีมอีกครั้ง แดนกลางมีโอกาสที่ แฟร์นันโด จะได้เป็นตัวจริงคู่กับ ยาย่า ตูเร นอกจากนี้ยังมี แฟรงค์ แลมพาร์ด กองกลางตัวเก๋าที่พร้อมลงสนามในเกมนี้อย่างเต็มที่แล้ว ขณะที่ตัวรุกมีทั้ง ซามีร์ นาสรี, ดาวิด ซิลบา และ เฆซุส นาบาส เป็นตัวเลือก
กองหน้า เซร์คิโอ อาเกโร ที่ลงสนามเป็นตัวสำรองในเกมกับนิวคาสเซิลเมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังไม่พร้อมที่จะเล่นครบ 90 นาที จึงจะยังนั่งที่ม้านั่งสำรองไปก่อน จึงเป็นโอกาสของ เอดิน เชโก และ สเตฟาน โยเวติช
ฝั่ง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จะยังไม่มี มาริโอ บาโลเตลลี กองหน้าตัวใหม่ในเกมนี้ เนื่องจากเซ็นสัญญาไม่ทันเส้นตาย แต่จะมีสองนักเตะใหม่เข้ามาเพิ่มทั้ง ลาซาร์ มาร์โควิช และ อัลเบร์โต โมเรโน มีโอกาสที่ทั้งคู่จะได้ประเดิมสนาม แนวรับยังคงใช้ เดยัน ลอฟเรน เล่นคู่กับ มาร์ติน สเคอร์เทล ขณะที่แดนกลาง สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีมยังคงเป็นหลักร่วมกับ ลูคัส เลวา ที่จะตัดเกมในแดนกลาง ส่วนแนวรุกจะยังเป็น 3 ประสาน ดาเนียล สเตอร์ริดจ์, ราฮีม สเตอร์ลิง และ เฟลิเป คูตินโญ เหมือนเดิม
ด้าน "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมเสื้อหมายเลข 7 ให้ อังเคล ดิ มาเรีย กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินาของ "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด ว่าที่นักเตะใหม่ของตัวเอง หลังจากที่การเจรจาใกล้จะเรียบร้อยแล้ว เมื่อ คาร์โล อันเชล็อตติ เทรนเนอร์ของรีล มาดริด ประกาศก่อนหน้านี้ว่า ดิ มาเรีย สามารถย้ายทีมได้ และเจ้าตัวก็ตกลงใจจะมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด
ส่วนศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันที่ 23 ส.ค. "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล บุกไปตีเสมอ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ที่กูดิสัน ปาร์ค 2-2 เกมนี้เจ้าถิ่นนำก่อนจาก ซีมุส โคลแมน นาที 19 และสตีเฟน เนย์สมิธ นาที 45 แต่ครึ่งหลังทีมเยือน มาไล่ตีเสมอได้ในช่วง 7 นาทีสุดท้ายของเกมจาก อารอน แรมซีย์ นาที 83 และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ นาทีที่ 90
อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือทีมปืนใหญ่เอ่ยปากชมลูกทีมถึงความใจสู้ที่สามารถกลับมามีแต้มได้ในนัดนี้ทั้งที่ถูกทีมแกร่งอย่าง เอฟเวอร์ตัน นำห่างถึง 2 ประตู
ส่วนผลคู่อื่น เชลซี ยังนำเป็นจ่าฝูงหลังจากได้ชัยชนะ 2 นัดรวด เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ เอาชนะ "จิ้งจอก" เลสเตอร์ 2-0 จากประตูของ ดิเอโก คอสคา นาทีที่ 63 และ เอดอง อาซาร์ด นาทีที่ 77, แอสตัน วิลลา เสมอ นิวคาสเซิล 0-0, คริสตัล พาเลซ แพ้ เวสต์แฮม 1-3 เจ้าถิ่นได้จาก มารูยาน ชามัคห์ นาทีที่ 48 ทีมเยือนได้จาก เมาโร ซาราเต นาทีที่ 34, สจวร์ต ดาวนิง นาทีที่ 37 และ คาร์ลตัน โคล 62, เซาแธมป์ตัน เสมอ เวสต์บรอมวิช 0-0 และ สวอนซี ชนะ เบิร์นลีย์ 1-0 จาก เนธาน ดายเออร์ นาทีที่ 23





