"น้องก้อย"เผยไม่มีชื่อลุยเทควันโดชุดเอเชี่ยนเกมส์ ขอใช้โอกาสนี้หันหลังให้ทีมชาติ ตั้งใจศึกษาป.โท
ความคืบหน้าหลังจากที่ "บิ๊กชา" นายปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคัดเลือกตัวนักกีฬาทีมชาติไทย ได้ประกาศรายชื่อจอมเตะฝีเท้าดีทั้ง 10 คนชุดลุยศึกกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ประกอบด้วย ชาย รุ่น 54 กก. "จูเนียร์" รามณรงค์ เสวกวิหารี, รุ่น 58 กก. "เจ้าไอ" เป็นเอก การะเกตุ, รุ่น 63 กก.อัครินทร์ กิจวิจารณ์, รุ่น 68 กก.เชษฐรพี ต่างใจ, รุ่น 74 กก.พีระเทพ ศิลาอ่อน, รุ่น 87 กก."เจ้าโก้" ณัฐภัทร ตันตรามาตย์ และ หญิง รุ่น 46 กก."น้องนิด" พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ, รุ่น 49 กก."น้องเล็ก" ชนาธิป ซ้อนขำ, รุ่น 53 กก."น้องหยิน" สริตา ผ่องศรี กับรุ่น 57 กก."น้องจูน" รังสิญา นิสัยสม แต่ไม่ปรากฏรายชื่อของ "น้องก้อย" รุ่งระวี ขุระสะ รุ่น 62 กก.และคู่หูอย่าง คาสซานดร้า ฮาลเลอร์ รุ่น 67 กก. โดยต้องรอให้ "บิ๊กเอ" ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคม เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจเท่านั้น
ล่าสุด "น้องก้อย" รุ่งระวี เปิดเผยว่า รับทราบข่าวนี้แล้ว รู้สึกเฉยๆ ไม่ได้เสียใจหรือกังวลอะไรมากนัก เพราะก่อนหน้านี้ก็มีความเครียดและกดดันจากสังคมมามากแล้ว ส่วนตัวเตรียมทำใจเอาไว้แล้วตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ การที่ไม่มีชื่อในทีมชาติชุดเอเชี่ยนเกมส์ ก็จะทำให้มีเวลาตั้งใจศึกษาเล่าเรียนในระดับปริญญาโท คณะพลศึกษา ด้านภาควิชาการจัดการกีฬาต่อให้เต็มที่ เพราะต้องการความมั่นคงให้ชีวิตและอนาคต อย่างไรก็ตามเมื่อไม่มีชื่อติดทีมชาติก็คงจะขอยุติบทบาทของตัวเองเอาไว้เพียงแค่นี้ แต่ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ, การแข่งขันในระดับสโมสร หรือ ในระดับชิงแชมป์ประเทศไทย ยังพร้อมและมีไฟลงแข่งขันอยู่ แต่ในส่วนของทีมชาติคงต้องจบเพียงเท่านี้
"น้องก้อย" กล่าวต่อไปว่า เวลาที่เหลือก็จะเอาไปทุ่มเทให้การศึกษาดีกว่า เพราะอายุยังน้อย 23 ปียังมีโอกาสพัฒนาตัวเองไปสู่ความท้าทายต่างๆ อีกมาก แต่ยังคงมีใจรักกีฬาเทควันโดที่ทำให้ก้าวมาติดทีมชาติถึง 2 ครั้ง ในศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่อุซเบกิสถาน และกีฬา ม.โลก ที่จีน แม้ว่าจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็มีความรู้สึกที่ดีกับพี่ๆ น้องๆ และเพื่อนทุกคน หากไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่แน่อนาคตคงไปไกลกว่านี้ แต่จะไม่คิดอะไรมาก เพราะทุกสิ่งทุกอย่างย้อนกลับมาไม่ได้ ต้องเดินหน้าสู้ต่อไป เวลานี้เริ่มสบายใจมากขึ้นแล้ว จากเดิมไปไหนมาไหนลำบาก แต่ได้กำลังใจที่ดีจากคนในครอบครัวและเพื่อน ซึ่งวันที่ 14 สิงหาคมนี้ มศว.ประสานมิตร จะเปิดภาคเรียนในระดับปริญญาโท ก็คงจะต้องทุ่มเททำหน้าที่ให้ดีที่สุด





