วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวบ้านป่าหัดร้องคสช.ทวงป่าชุมชนคืน

ทหารน่าน เผยชาวบ้านป่าหัด อ.ปัว ร้อง คสช. ทวงป่าชุมชนคืน ชี้ออกเอกสานทับซ้อน

พล.ต.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกน่าน เปิดเผยว่า มีกลุ่มราษฎรจาก บ้านป่าหัด หมู่ 2 ตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน เดินทางมาร้องตรวจสอบการบุกรุกผืนป่า และการออกเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน และเอกสาร สปก.4-01 ของนายสวัสดิ์ สุธรรมแปง ที่ได้ออกทับซ้อนเขตป่าชุมชนของบ้านป่าหัดบางส่วน ว่าออกโดยชอบธรรมหรือไม่ และขอให้หาแนวทางในการดำเนินการนำพื้นที่ดังกล่าวกลับมาเป็นป่าชุมชนของหมู่บ้านต่อไป

ทั้งนี้ กลุ่มราษฎรจาก บ้านป่าหัด หมู่ 2 ตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน จำนวนประมาณ 300 คน นำโดยนายบรรจง รัตนประภา ผู้ใหญ่บ้านป่าหัด , นายแก้ว ศิริรัตน์ และคณะกรรมการหมู่บ้านได้เดินทางมารวมตัว บริเวณด้านหน้าค่ายสุริยพงศ์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พร้อมถือป้ายเขียนข้อความทวงป่าชุมชนคืน เพื่อขอให้ ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดทหารบกน่าน ช่วยตรวจสอบการบุกรุกผืนป่า และการออกเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน และเอกสาร สปก.4-01 ของนายสวัสดิ์ สุธรรมแปง ที่ได้ออกทับซ้อนเขตป่าชุมชนของบ้านป่าหัดบางส่วน ว่าออกโดยชอบธรรมหรือไม่ และขอให้หาแนวทางในการดำเนินการนำพื้นที่ดังกล่าวกลับมาเป็นป่าชุมชนของหมู่บ้านต่อไป

เรื่องนี้ พลตรีวิจักขฐ์ สิริบรรสพ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกน่าน ได้มอบหมายให้พันเอกเศรษฐพล เกตุเต็ม เสนาธิการ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จังหวัดทหารบกน่านและพันโท วัฒนา จันทร์ไพจิตต์ หัวหน้าชุดรวบรวมตรวจสอบข่าวสาร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน พบปะและชี้แจงความคืบหน้าในการดำเนินการ รวมทั้งรับเรื่องร้องเรียนจากราษฎรดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวแทนกลุ่มราษฎร 15 คน เข้าชี้แจงและรับฟังความคืบหน้า รวมทั้งแนวทางการดำเนินการจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ,กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดทหารบกน่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ,นายวิชาญ สมศรี หัวหน้าสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรน่าน, ผู้แทนสำนักงานที่ดินจังหวัดน่าน เข้าร่วมประชุม/หารือ ณ ห้องประชุม จังหวัดทหารบกน่าน ค่ายสุริยพงษ์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

นายบรรจง รัตนประภา ผู้ใหญ่บ้านป่าหัด กล่าวว่า ป่าชุมชนดังกล่าวมีบรรพบุรุษได้ร่วมกันอนุรักษ์ พิทักษ์ รักษาไว้มาเป็นเวลาช้านาน แต่นางนันยดา สุธรรมแปง ซึ่งรับสืบทอดพื้นที่ดังกล่าวเป็นมรดกมาจากบิดา อ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์เป็น นส.3 ออก เมื่อ 11ตุลาคม.2519และมีหนังสือ สปก. 4 - 01 ก เลขที่ 20 ลง 10มิถุนายน 2529 ซึ่งต่อมาได้ออกเป็นโฉนดที่ ดิน น.ส.4 จ. เลขที่271 ให้แก่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม2541 แต่ชาวบ้านบ้านป่าหัดโดยเฉพาะผู้เฒ่า ผู้แก่ ต่างยืนยันว่าที่ดินดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าชุมชนของหมู่บ้าน ซึ่งราษฎรและผู้นำชุมชนได้ร่วมกันดูแลมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2512 จึงสงสัยว่ามีการรุกล้ำเขตป่าชุมชน ทั้งนี้ชาวบ้านต้องการพื้นที่บริเวณดังกล่าวคืนกลับมาเป็นเป็นป่าชุมชน และต้องการให้ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์ต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยยืนเรื่องไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบ ดำเนินการแล้วแต่ไม่มีคืบหน้า

ทั้งนี้ จากการประชุมทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ได้ร่วมกับ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จังหวัดทหารบกน่านได้เข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณแปลงที่ดินดังกล่าวโดยทันที รวมทั้งได้เชิญนายช่างสำรวจ จากสำนักงานที่ดินจังหวัดน่าน สาขาปัว และราษฎรในหมู่บ้านจำนวนประมาณ 60 คน มาให้ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าพื้นที่ดินแปลงดังกล่าวมีลักษณะเป็นพื้นที่ป่า ไม่ได้มีการทำกินแต่อย่างใด แต่มีการขุดตักดินในพื้นที่ซึ่งมีลักษณะเป็นภูเขาออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ยังพบว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีการสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็กของกรมพัฒนาที่ดิน โดยเทศบาลตำบลปัวได้วางท่อระบบประปาผ่านที่ดินแปลงดังกล่าว ทั้งนี้เบื้องต้น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่านได้ดำเนินการประสานข้อมูลกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางในการยกเลิกการออกเอกสารสิทธิ์แปลงที่ดินดังกล่าวแล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากกลุ่มราษฎรบ้านป่าหัดพอใจในการชี้แจงและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ จึงได้ขอบคุณทหารที่ให้ความช่วยเหลือราษฎรอย่างเต็มที่ หลังจากนั้นแยกย้ายกันกลับเมื่อเวลา 13.30 น.