เชอโรม วัลเก เลขาธิการสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่สหรัฐผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลก
ทำให้วงการลูกหนังในสหรัฐมีความตื่นตัวกันมาก กระทั่งในปัจจุบันมีชาวอเมริกันจำนวนมากให้ความสนใจในกีฬาฟุตบอล หลังจากที่ก่อนหน้านี้ชาวอเมริกันจะให้ความสนใจในกีฬาไม่กี่ชนิด อาทิ บาสเกตบอล อเมริกันฟุตบอล เบสบอล และ ฮอกกี้น้ำแข็ง
"ผมคิดว่าสหรัฐมีพัฒนาการในเรื่องของกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างมากในช่วงหลายปีมานี้ สหรัฐเป็นประเทศใหญ่มีประชาชนมากมาย และตอนนี้พวกเขามีเยาวชนคนกว่า 20 ล้านคน ที่หันมาเล่นกีฬาฟุตบอล และในส่วนตัวผมคิดว่าหลังปี 2022 คือปี 2026 พวกเขามีความเหมาะสมที่จะได้เป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกต่อจากรัสเซีย และกาตาร์ ในปี 2018 และ 2022 "
นอกจากนี้ จากการที่ได้ศึกษาข้อมูล เราพบว่าในนัดที่ สหรัฐ พ่ายแพ้ เยอรมนี 0-1 ในการลงเตะฟุตบอลโลกนัดสุดท้ายรอบแรก กลุ่ม จีนั้น มีชาวอเมริกันเฝ้าดูการถ่ายทอดสดมากถึง 15 ล้านคน ขณะที่นัดที่สหรัฐเสมอกับ โปรตุเกส 2-2 มีคนดูมากกว่า 18 ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นนัดที่มีชาวอเมริกันดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลมากที่สุดด้วย
ด้าน เซปป์ แบลตเตอร์ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) กล่าวถึงการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกของบราซิล ว่า บราซิลจัดการแข่งขันได้ดีไม่มีที่ติ
"ผมมองว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น บราซิลจัดการแข่งขันได้ดี ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง มีแฟนบอลเป็นจำนวนมากเฝ้าติดตามชมตามสนาม การที่พวกเขาใช้งบประมาณกว่าหนึ่งแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ มาใช้ในการจัดการแข่งขัน ผมถือว่าคุ้มค่ามาก"





