วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ฉัตรชัย'ขีดเส้น1เดือน สางปมสหกรณ์คลองจั่น

"ฉัตรชัย"เร่งก.เกษตรฯสางปัญหาสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นใน1เดือน เตรียมออกกฎก.ยุติธรรม แผนฟื้นฟู5พันล.

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตนได้หารือกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ซึ่งทาง คสช. ได้เร่งรัดให้กระทรวงเกษตรฯ แก้ไขปัญหาสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นให้แล้วเสร็จเป็นรูปธรรมภายใน 1 เดือน เนื่องจากมีสมาชิกจำนวนมาก เข้าร้องเรียนเพื่อขอความช่วยเหลือ

กระทรวงเกษตรฯได้ชี้แจงว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการทางด้านกฎหมาย ทั้งทางแพ่ง อาญา และแผนฟื้นฟูกำหนดเป็นมาตรการเยียวยา โดยในส่วนของตามข้อกฎหมายนั้น กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ประสานงานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เพื่อติดตามเอาผิดกับคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการสหกรณ์ฯชุดปัจจุบัน ทั้งทางแพ่งและอาญา

ส่วนแผนฟื้นฟูสหกรณ์นั้น เนื่องจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เป็นนิติบุคคล ทำให้ไม่สามารถนำมารวมไว้ในแผนฟื้นฟูของภาครัฐได้ ดังนั้นจึงต้องหารือกับกระทรวงยุติธรรมเพื่อออกกฎกระทรวงก่อน หลังจากนั้นจึงจะเข้าสู่กระบวนการ ซึ่งเรื่องนี้ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องเข้ามาร่วมตรวจสอบ ทบทวน วิธีการนี้จะมีความรวดเร็วกว่าการใช้กฎหมายล้มละลาย ที่เดิมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสม

“การใช้มาตรการฟื้นฟูถือว่ามีความละเอียดอ่อน เนื่องจากสหกรณ์เครดิตยูเนียนเป็นเอกชน การใช้เงินรัฐเข้าไปช่วยเหลือจะไม่เหมาะสม แต่สหกรณ์นี้มีความเกี่ยวพันกับสหกรณ์อื่นๆ และมีสมาชิกกว่า 5 หมื่นคน ทำให้ภาครัฐต้องเข้าไปดูแล ซึ่งตามแผนฟื้นฟูนี้ จะเป็นไปลักษณะการค้ำประกันเพื่อให้สหกรณ์ฯไปกู้กับสถาบันการเงินอื่นๆ โดยใช้หลักทรัพย์ที่เป็นอาคารพาณิชย์ มูลค่าสูงถึง 3,500 ล้านบาทและหลักทรัพย์อื่นๆ ที่ยึดมาได้ “ นายชวลิต กล่าว

นายชวลิต กล่าวว่า ในส่วนของสมาชิกจะได้รับการเยียวยาจะได้เงินคืนตามสภาพ ซึ่งอาจจะเป็นระยะเวลา เช่น ใน 10 ปี จะคืน 40-50 % ซึ่งจะดีกว่าไม่ได้เลย ถือว่ายังเป็นโอกาสที่สมาชิกยังพอได้เงินคืน ส่วนภาครัฐที่เข้าไปค้ำประกัน หากสหกรณ์ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ก็ต้องขายหลักทรัพย์ที่มีอยู่

นายจุมพล สงวนศิลป์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ตามแผนฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น คาดว่าต้องใช้เงินเสริมสภาพคล่อง ประมาณ 5,000 ล้านบาท หากแผนฟื้นฟูผ่านการพิจารณาของสศค. และธปท.แล้วก็คาดว่าจะมีสถาบันการเงินของรัฐและสหกรณ์ต่างๆ ให้กู้เงินได้เพิ่มขึ้นเพราะมั่นใจในเรื่องทรัพย์สินของสหกรณ์ที่มีมากกว่าวงเงินกู้

ทั้งนี้ที่มาของเงินกู้ 5,000 ล้านนั้นกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะใช้เงินจาก 1.ทรัพย์สินของสหกรณ์ เช่น ตึกที่ทำการมูลค่ากว่า 3 พันล้านและทรัพย์สินที่ดีเอสไอยึดคืนได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท 2.เงินกู้จากสถาบันเกษตรกรอื่นๆ ในโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน ที่ล่าสุดมีสหกรณ์ให้กู้แล้วประมาณ 116 ล้านบาท และ 3. การสนับสนุนของรัฐบาลที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ ขอใช้เงินจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์วงเงิน 1,000 ล้านบาท ชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสหกรณ์ที่ปล่อยกู้ให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ทั้งนี้หากเป็นไปตามแผนจะสามารถคืนเงินให้สมาชิกได้หมดประมาณ 5-8 ปี

สำหรับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัดมีสมาชิกสามัญ 50,429 คน และมีสมาชิกสมทบ 2,254 คน มีสินทรัพย์รวม 21,710,654,400.90 บาท โดยเป็นเงินให้กู้ยืมระยะสั้น 3,822,381,338.91 บาท เงินให้กู้ยืมระยะยาว 11,223,767,646.74 บาท ลูกหนี้เงินยืมทดรอง 3,298,347,803.48 บาท

นอกจากนี้มีหนี้สิน 16,786,064,097.95 บาท โดยเป็นเงินรับฝาก 14,484,305,950.28 บาท ขณะที่ทุนของสหกรณ์ 5,004,590,302.95 บาท โดยเป็นทุนเรือนหุ้น 4,320,455,410 บาท ทุนสำรอง 166,078,847.62 บาท และกำไรสุทธิประจำปี 55 รวม 435,726,751.06 บาท

ทั้งนี้การบริหารงานของสหกรณ์ เริ่มมีปัญหาภายหลังจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานกรรมการดำเนินการ ได้ใช้อำนาจปล่อยเงินกู้รายเดียวมากถึง 3,000 ล้านบาท รวมทั้งมีการปล่อยกู้ให้กับสมาชิกรายอื่นๆ มีการบริจาคเงินให้วัดดังบางแห่งในชื่อตนเอง แต่เป็นเงินของสหกรณ์ ส่งผลให้สมาชิกไม่พอใจมีการยื่นฟ้อง มีการปลอมแปลงเอกสารสัญญาเงินกู้ 5 ฉบับ วงเงิน 1,800 ล้านบาท และสุดท้ายนายศุภชัยยอมรับว่าได้ปลอมแปลงเอกสารสัญญาเงินกู้ดังกล่าวจริง