การแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลม รายการที่ 2 ของปี เฟรนช์ โอเพ่น ที่โรลองด์ การ์โรส์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน
เป็นการเล่นวันสุดท้าย ในประเภทชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ เป็นการเจอกันระหว่าง ราฟาเอล นาดาล แชมป์รายการนี้ 8 สมัย และแชมป์ 4 ครั้งหลังสุด มือ 1 ของโลกชาวสเปน กับ โนวัค ยอโควิช มือ 2 ของโลกจากเซอร์เบีย ซึ่งหากใครชนะจะเป็นมือ 1 ของโลกในสัปดาห์ทันที โดยสถิติที่ทั้งคู่พบกันมา นาดาล ชนะ 22 ยอโควิช ชนะ 19 ครั้ง แต่หนหลังสุด นักหวดชาวเซอร์เบีย เอาชนะไปได้ในรอบชิงชนะเลิศ โรม มาสเตอร์ส ซึ่งเป็นคอร์ตดิน ที่นาดาล ถนัดอีกด้วย
การเล่นปรากฏว่า ในเซตแรกยอโควิชเป็นฝ่ายชนะไปก่อน จากนั้นนาดาลฟอร์มเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ เอาชนะในอีก 3 เซตต่อมา เป็นฝ่ายชนะ 3-1 เซต 3-6, 7-5, 6-2, 6-4 สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเทนนิสคนแรก ที่ได้แชมป์เฟรนช์โอเพ่น 5 สมัยติดต่อกัน และเป็นแชมป์สแลมเดียว 9 สมัย จากการลงเล่น 10 ครั้ง รวมทั้งทำสถิติชนะที่ โลรองด์ การ์โรส์ มากสุด 66 ครั้ง แพ้แค่ครั้งเดียว ในปี 2009 รวมทั้งได้แชมป์แกรนด์สแลม เป็นสมัยที่ 14 เทียบเท่ากับ พีท แซมพราส นักหวดชาวอเมริกัน และไล่ตามสถิติตลอดกาลของ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ นักหวดชาวสวิส แค่ 3 ครั้งเท่านั้น
นาดาล กล่าวถึงเป้าหมายต่อไปคือ เทนนิส วิมเบิลดัน แกรนด์สแลม รายการที่ 3 ของปี ซึ่งเป็นการเล่นบนคอร์ตหญ้า หลังจากเคยได้แชมป์รายการนี้มา 2 สมัย จะเดินทางไปฮัลเล ประเทศเยอรมนี เพื่อลงเล่นรายการคอร์ตหญ้า รวมทั้งจะพยายามเล่นให้ดีในวิมเบิลดันอีกครั้ง ตอนนี้ไม่มีปัญหาบาดเจ็บ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หวังว่าเข่าจะยังสมบูรณ์ สนามหญ้ามันจะสร้างปัญหาเรื่องเจ็บเข่าได้บ่อยครั้ง เหมือนเช่นเมื่อปีที่แล้ว





