ศึกเทนนิสแกรนด์สแลมรายการที่ 2 ของปี "เฟรนช์ โอเพ่น" ชิงเงินรางวัลรวม 25 ล้านยูโร หรือ 1,174 ล้านบาท
ที่โรลองด์ การ์โรส์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ไฮไลท์อยู่ที่ประเภทหญิงเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง มาเรีย ชาราโพวา สาวสวยชาวรัสเซีย อดีตแชม์ปี 2012 เจอกับ ซิโมนา ฮาเล็ป มือ 4 ของโลกวัย 23 ปีจากโรมาเนีย ซึ่งสถิติที่ผ่านมา ทั้งคู่เจอกันมา 3 หน มาเรียชนะรวด
นัดนี้ มาเรีย นักหวดมือ 8 ของโลกวัย 27 ปี เปิดฉากได้ดี ออกนำ 4-2, 5-2 ตั้งแต่เซตแรก แต่ ฮาเล็ป ไม่ย่อท้อเบรกเสิร์ฟคืนได้บ้างไล่มาที่ 4-5 ก่อนที่ มาเรีย จะใช้ชั้นเชิงที่เหนือกว่า กดดันจนคู่แข่งให้เล่นพลาดเอง เก็บชัยชนะเซตแรก ด้วยสกอร์ 6-4 เซตต่อมา ทั้งคู่เล่นกันได้คู่คี่ต้องมาตัดสินที่ไทเบรก และเป็น ฮาเล็ป ที่เล่นได้แน่นอนกว่าไล่ตีเสมอ 1-1 เซต สกอร์ 7-6 ไทเบรก 7-5
เซตตัดสิน มาเรีย เร่งเครื่องทำแต้มต่อเนื่องตีวินเนอร์สเป็นว่าเล่น กระทั่งเก็บชัยชนะไปได้ในที่สุด ด้วยสกอร์ 2-1 เซต 6-4, 6-7 (5-7) และ 6-4 ใช้เวลาแข่งขัน 3 ชั่วโมง 2 นาที มาเรีย จึงคว้าแชมป์เฟรนช์ โอเพ่น ได้เป็นสมัยที่ 2 และเป็นแชมป์ระดับแกรนด์สแลม เป็นรายการที่ 5 หลังจากเคยได้แชมป์วิมเบิลดัน ปี 2004, ยูเอส โอเพ่น 2006, ออสเตรเลี่ยน โอเพ่น 2008, เฟรนช์ โอเพ่น 2012 และ 2014
มาเรีย ซึ่งรับเงินกลับบ้าน 1.65 ล้านยูโร หรือประมาณ 73 ล้านบาท กล่าวว่า แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะได้แชมป์เฟรนช์ โอเพ่น เป็นสมัยที่ 2 มากกว่าแชมป์แกรนด์สแลมรายการอื่นๆ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อที่จะเก็บชัยชนะเพิ่มให้ได้





