"เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี เปิดบ้านรอฟาดแข้งกับ "วีแกน" ในศึกเอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ8ทีมสุดท้าย คืนวันอาทิตย์ที่ 9มี.ค.นี้
"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี สถิติข่ม วีแกน ไม่แพ้เกมเหย้านาน 7 ปี ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่อาจพักตัวหลักรอชน บาร์เซโลนา อีก 3 คืนถัดไปในถ้วยสโมสรยุโรป คาด มานูเอล เปเยกรินี ส่ง อัลบาโร เนเกรโด ลงยิงประตูแทน เซร์จิโอ "กุน" อาเกโร ส่วนวีแกน คุมทีมมาโดย อูเว โรสเลอร์ อดีตกองหน้าตัวเก่งของซิตีในยุคทศวรรษ 90
ศึกฟุตบอลชิงถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก "เอฟเอ คัพ อังกฤษ" ที่แข่งขันกันต่อเนื่องมาถึง 133 ฤดูกาลแล้วนั้น โดยในฤดูกาลล่าสุดเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ (8 ทีมสุดท้าย) เป็นที่เรียบร้อย สำหรับคืนวันอาทิตย์ที่ 9 มี.ค. มีตารางแข่งขัน 3 สนาม โดยคู่เอก จะเป็นการย้อนนัดชิงชนะเลิศปี 2013 อีกครั้ง โดย "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี จะเปิดสนามอิติฮัด รอรับการมาเยือนของ วีแกน แอธเลติก ซึ่งเมื่อฤดูกาลแข่งขันก่อน แม้วีแกนต้องตกชั้นไปอยู่ลีก แชมเปี้ยนชิพ แต่ก็สามารถเอาชนะซิตี 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ คว้าถ้วยแชมป์ไปครองอย่างพลิกล็อก
สำหรับในเกมนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากทั้งคู่อยู่คนละลีก โดย "เรือใบสีฟ้า" เป็นทีมอันดับ 4 พรีเมียร์ลีก กำลังลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ส่วนวีแกน อยู่อันดับ 6 ลีก แชมเปี้ยนชิพ ห่างกัน 2 ลีก 22 อันดับ
สถิติการพบกันทั้งหมดของทั้งคู่รวม 27 ครั้ง ตั้งแต่หนแรกเมื่อปี 1971 ซิตี สถิติดีกว่ามากเมื่อชนะ 15 ครั้ง ส่วนวีแกน น้อยกว่าถึงครึ่งต่อครึ่งเมื่อเอาชนะได้เพียง 7 ครั้ง ส่วนอีก 5 ครั้งที่เหลือ เสมอกัน และหากนับเฉพาะการพบกัน 3 ครั้งในถ้วยเอฟเอ "เรือใบสีฟ้า" ก็ยังสถิติดีกว่า เมื่อชนะ 2 ครั้ง ส่วนวีแกน ชนะ 1 ครั้ง ซึ่งก็คือรอบชิงชนะเลิศเมื่อซีซั่นก่อน ทว่าอีก 2 ครั้งที่แมนฯ ซิตี ชนะนั้น ล้วนแต่เป็นเกมเหย้า เหมือนกับวันนี้ทั้งคู่
นอกจากนั้นแม้ทั้งคู่จะอยู่กันคนละลีก แต่ก็เพิ่งพบกันมาในฤดูกาลแข่งขันล่าสุด จากรอบ 32 ทีมสุดท้าย แคปปิตอล วัน คัพ ซึ่ง "เรือใบสีฟ้า" ชนะ 5-0 ที่ย่านอีสต์แลนด์ ของตัวเอง ก่อนเป็นแชมป์ในท้ายที่สุด และหากนับเฉพาะเกมที่แมนฯ ซิตี ได้เป็นเจ้าบ้าน รวมทุกถ้วย ซิตี้ชนะวีแกน ด้วยเกมศูนย์มาแล้ว 6 เกมรวด โดยหนสุดท้ายที่วีแกนบุกมาชนะถึงเมืองแมนเชสเตอร์ได้นั้น ต้องย้อนหลังไปถึงเกมในพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2006-2007 หรือเมื่อ 7 ปีก่อน
อย่างไรก็ตามเชื่อว่า แมนฯ ซิตี จะพักผู้เล่นบางคนเนื่องจากอีก 3 วันถัดไป ลูกทีมของ มานูเอล เปเยกรินี ต้องทำศึกสโมสรยุโรป ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัด 2 ด้วยการไปเยือนสนามคัมป์ นู ของบาร์เซโลนา แชมป์เก่าสแปนิช ลาลีกา โดยนัดแรก เรือใบ แพ้ 0-2 ในบ้านตัวเอง ดังนั้น อัลบาโร เนเกรโด อาจได้ลงยืนเป็นหัวหอกตัวจริงแทนที่ เซร์จิโอ "กุน" อาเกโร
วีแกนของกุนซือ อูเว โรสเลอร์ อดีตกองหน้าทีมชาติเยอรมันตะวันออก ที่เคยเล่นให้แมนฯ ซิตี ในยุคทศวรรษ 90 (1994-1998) ยิง 50 ประตู จาก 152 นัด ต้องหวังพึ่ง ฆอร์ดี โกเมส มิดฟิลด์ตัวกลาง เพราะนอกจากจะคอยทำเกมแล้ว ยังเป็นคนที่ยิง 5 ประตู เป็นดาวยิงสูงสุดของทีม รวมถึง มาร์ก อันตวน-ฟอร์จูน กองหน้า ที่ยิงไปแล้ว 4 จ่ายอีก 4 ประตู ทว่าหากวัดจากผลงานในลีก วีแกน มีสถิติเกมเยือนไม่ค่อยดีนักเมื่อแข่ง 17 นัด ชนะ 7 เสมอ 2 แพ้ 8 และโดนยิงถึง 18 ประตู หรือเฉลี่ยแล้วเสียประตูทุกเกม
ส่วนเกมเตะเอฟเอคัพอีก 2 คู่ เวลา 19.00 น. เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ ชาร์ลตัน แอธเลติก และเวลา 21.00 น. ฮัลล์ ซิตี พบ ซันเดอร์แลนด์
==> "มูรินโญ" ชี้จ่าฝูงคือภาพลวงตา
ชูเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมเชลซี ยังออกมายืนยันว่า เชลซีไม่ใช่เต็งแชมป์ แม้ว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" ยึดตำแหน่งจ่าฝูงฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยตอนนี้เป้าหมายแรกคือการรักษาตำแหน่ง 1 ใน 4 อันดับแรกเอาไว้ให้ได้ก่อน
"เรายังคงต้องพยายามและคว้าชัยชนะเกมต่อเกม เราต้องการรักษาตำแหน่ง 4 อันดับแรกให้แน่นอน ซึ่งมีการแข่งขันค่อนข้างสูงมาก ผมยังคงจะบอกว่าการมี 7 แต้มมากกว่าคู่แข่งไม่ใช่ตำแหน่งที่แท้จริง สถานการณ์ที่แท้จริงจะเกิดเมื่อทุกทีมลงแข่งเท่ากันหมดแล้ว และเมื่อถึงเวลานั้นคุณจะสามารถพูดได้ว่า ผมนำหน้า หรือผมตามหลัง หรือผมมีแต้มเหนือ หรือมีแต้มตาม เมื่อบางทีมยังมีเกมเหลือมากกว่าอีกทีม ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงไม่ใช่เรื่องจริง ผมไม่มองไปที่ตารางคะแนนตอนนี้ แต่ผมมองไปที่เกมต่อไปที่เราต้องการชัยชนะแค่นั้น" กุนซือชาวโปรตุกีสกล่าว
สำหรับเชลซี ที่ลงเล่นไปแล้ว 28 นัด นำหน้า ลิเวอร์พูล กับ อาร์เซนอล ที่แข่งเท่ากันอยู่ 4 แต้ม ขณะที่แมนฯ ซิตี ทีมอันดับ 4 เพิ่งแข่งไป 26 นัด ตามหลังเชลซี 6 แต้ม แต่ 3 ทีมหลังไม่มีคิวลงเตะพรีเมียร์ลีกในสัปดาห์นี้ เนื่องจากอาร์เซนอล กับ แมนฯ ซิตี ต้องเล่นบอลถ้วย ส่วนลิเวอร์พูล ไม่มีคิวเตะ ถือเป็นสถานการณ์ที่เชลซี ได้เปรียบมาก
อย่างไรก็ตามถึงแม้ มูรินโญ จะยืนยันว่าเชลซีไม่ใช่ตัวเต็ง แต่บริษัทรับแทงพนันที่ถูกกฎหมาย หรือพูลของอังกฤษ มองว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" เป็นเต็ง 1 ด้วยการให้เสมอ หรือแทง 1 จ่าย 1 ไม่รวมทุนสำหรับตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ โดยลด แมนฯ ซิตี ที่เป็นเต็ง 1 มาตลอดลงมาเป็นเต็ง 2 ราคา 7-5 (แทง 5 จ่าย 7) แล้วให้ ลิเวอร์พูล ขยับมาเป็นเต็ง 3 อัตรา 11-2 ส่วน อาร์เซนอล เป็นเต็ง 4 ราคา 20-1





