"เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี จัดทีมชุดใหญ่เปิดเอติฮัต สเตเดียม รับมือ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ที่มาเต็มทัพ นัดบิ๊กแมทช์เอฟเอ คัพ
รอบ 5 ในวันที่ 15 ก.พ. โดยเจ้าถิ่นหวังล้างแค้นหลังเพิ่งแพ้มาในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ขณะที่สถิติในเอฟเอคัพ เจ้าถิ่นเหนือกว่า แต่สถิติผู้จัดการทีม ชูเซ มูรินโญ ข่ม มานูเอล เปเยกรินี มิด
ศึกฟุตบอลถ้วยเอฟเอคัพ รอบ 5 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย ในวันที่ 15 ก.พ.นี้ มีฟาดแข้งกัน 4 คู่ คู่เอก "เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี ทีมอันดับ 3 ของพรีเมียร์ลีก เปิดรังเอติฮัต สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เริ่มเตะเวลา 00.15 น. สำหรับทั้งคู่ถือว่าประสบความสำเร็จในเอฟเอคัพในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากการได้เข้าชิงชนะเลิศทั้งหมด โดยเชลซี ได้แชมป์ 3 ครั้ง ขณะที่ แมนฯซิตี ได้แชมป์ 1 ครั้ง ส่วนครั้งหลังสุดแพ้ วีแกน 0-1 เมื่อปีที่แล้ว และทั้งคู่เพิ่งเจอกันมาในพรีเมียร์ลีก และเป็น เชลซี บุกมาชนะ 1-0 ทำให้ แมนฯซิตี แพ้ในบ้านเป็นนัดแรกของฤดูกาลนี้
แมนฯซิตี้ ไม่ได้ลงเตะนัดกลางสัปดาห์ในพรีเมียร์ลีก กับ ซันเดอร์แลนด์ เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้ายทำให้ต้องเลื่อนการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม แมนฯซิตี้ ที่ยิงประตูสูงสุดในพรีเมียร์ลีก กลับปืนฝืดยิงไม่ได้มาแล้ว 2 นัดติด เกมนี้ มานูเอล เปเยกรินี กุนซือยังไม่มี แซร์คิโอ "กุน" อเกวโร กองหน้า กับ แฟร์นันดินโญ กองกลาง ที่ยังบาดเจ็บ แต่อาจได้ เนมันยา นาสตาซิช กองหลังกลับมา ส่วน ซาเมียร์ นาสรี กองกลางอีกคนยังต้องลุ้นความฟิต
คาดว่า โจ ฮาร์ท ยังคงเฝ้าเสาเป็นตัวจริง กองหลัง แวงซองต์ กอมปานี เป็นตัวหลักแน่ แต่คู่หูจะเป็น โจเลน เลสคอตต์ หรือ มาร์ติน เดมิเคลิส ขณะที่แบ็คสองด้านน่าจะเป็น พาโบล ซาบาเลตา กับ อเลกซานเดอร์ โคลารอฟ กองกลางเป็น ยายา ตูเร คุมเกมร่วมกับ เจมส์ มิลเนอร์ ใช้ เฆซุส นาบาส กับ ดาบิด ซิลบา ช่วยเกมรุกให้กับ อัลบาโร เนเกรโด และ เอดิน เชโก สองหัวหอก
ขณะที่ เชลซี ไม่แพ้ใครมาแล้ว 12 นัดติดต่อกัน และชนะ 8 จาก 10 นัดหลังสุด แต่นัดล่าสุดในพรีเมียร์ลีกโดน เวสต์บรอมวิช ไล่ตีเสมอ 1-1 ในช่วงท้ายเกม นัดนี้ ชูเซ มูรินโญ น่าหมดโอกาสใช้ แกรี เคฮิลล์ กองหลังที่เจ็บน่องจากนัดที่แล้ว ขณะที่ จอห์น เทอร์รี มีสิทธิกลับมาฟิตเล่นได้ นอกจากนั้นไม่มีตัวเจ็บเพิ่ม
ปีเตอร์ เช็ก ยังรับหน้าที่เป็นผู้รักษาประตูตัวจริง กองหลัง จอห์น เทอร์รี ยืนคู่กับ ดาวิด ลุยส์ แบ็คขวายังเป็น บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ส่วนแบ็คซ้ายขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ เซซาร์ อัซพิลิชูเอตา หรือ แอชลีย์ โคล กองกลางมี รามิเรส กับ เนมันยา มาติช แผงเกมรุกมีทั้ง เอเดน อาซาร์ด ที่กำลังฟอร์มร้อนแรงเป็นแกนหลัก ร่วมกับ วิลเลียน และออสการ์ กองหน้าตัวเป้า น่าจะเป็นโอกาสของ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ที่กลับมาฟิตสมบูรณ์แล้วบ้าง เนื่องจากใช้งาน ซามูเอล เอโต ติดต่อกันมาหลายนัด
สำหรับทั้งสองทีมเจอกันมาแล้วในเอฟเอ คัพ 4 ครั้ง แมนฯซิตี ชนะ 3 เชลซี ชนะ 1 ครั้ง โดยหนล่าสุด แมนฯซิตี เอาชนะ 2-1 ในรอบรองชนะเลิศเมื่อปีที่แล้ว แต่ในการเจอกันของทั้งสองทีมในฤดูกาลนี้ เชลซี คว้าชัยเรียบทั้งสองนัด ส่วนสถิติการเจอกันระหว่าง เปเยกรินี กับ มูรินโญ เป็นฝ่ายหลังเหลือกว่า ชนะไปได้ 7 นัด เสมอ 1 เปเยกรินี ชนะ 1 ครั้ง
ส่วนโปรแกรมคู่อื่น เวลา 19.45 น. ซันเดอร์แลนด์ พบ เซาแธมป์ตัน, เวลา 22.00 น. คาร์ดิฟฟ์ พบ วีแกน และ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ พบ ชาร์ลตัน





